
ญี่ปุ่นบันทึกสถิติความเสียหายจากการฉ้อโกงรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 โดยมีผู้เสียหายสูญเสียเงินไปถึง 324.11 พันล้านเยน ตามตัวเลขเบื้องต้นที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 62.8% จากปีที่แล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมอาชญากรรมทางการเงินที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีช่องทางดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
การฉ้อโกงการลงทุนที่กระทำผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมีการเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ ตำรวจบันทึกคดีดังกล่าว 9,538 คดี เพิ่มขึ้น 48.7% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมีมูลค่าความเสียหายรวม 127.47 พันล้านเยน เพิ่มขึ้น 46.3% เมื่อเทียบกับปี 2024 เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป รองลงมาคือผู้ที่มีอายุ 60 ปี และ 40 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนวัยกลางคนที่มีเงินออมสะสมกำลังตกเป็นเป้าหมาย หลายคดีเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มการซื้อขายที่ฉ้อโกง ภาพหน้าจอผลกำไรที่ปลอมแปลง และการขอฝากเงินเพิ่มขึ้นหลังจากแสดงผลกำไรเริ่มต้นอย่างไม่ถูกต้อง
การหลอกลวงทางความรักก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน จำนวนคดีเพิ่มขึ้น 46.5% เป็น 5,604 คดี ขณะที่ความเสียหายเพิ่มขึ้น 37.8% เป็น 55.22 พันล้านเยน ตำรวจระบุว่ามากกว่า 30% ของคดีเหล่านี้มีต้นกำเนิดมาจากแอปพลิเคชันจับคู่ เช่นเดียวกับการฉ้อโกงการลงทุน เหยื่อที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปได้รับผลกระทบมากที่สุด รองลงมาคือผู้ที่มีอายุ 40 และ 60 ปี
ในขณะเดียวกัน คดีฉ้อโกงประเภท “ฉ้อโกงพิเศษ” ซึ่งผู้กระทำผิดแอบอ้างเป็นญาติ เจ้าหน้าที่ หรือเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย มีจำนวนถึง 27,758 คดี เพิ่มขึ้น 31.9% จากปีที่แล้ว มูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น 141.42 พันล้านเยน โดยประมาณ 70% ของความเสียหายทั้งหมดเกิดจากแผนการที่อาชญากรแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และในประมาณ 60% ของกรณี ผู้เสียหายจะได้รับคำแนะนำให้โอนเงินผ่านระบบธนาคารออนไลน์หรือตู้เอทีเอ็ม
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อระบบการเงินของญี่ปุ่น เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์ การชำระเงินดิจิทัล และการปลอมแปลงตัวตนในวงกว้าง ทางการได้ย้ำเตือนประชาชนและสถาบันการเงินอีกครั้ง เนื่องจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว