
ข้อมูลล่าสุดจาก OpenAI แสดงให้เห็นว่ากลุ่มมิจฉาชีพใช้เครื่องมือ AI ในการจัดการบทสนทนากับเหยื่อมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการหลอกลวงด้านการลงทุนข้ามพรมแดนที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีและผลิตภัณฑ์การซื้อขายแบบใช้เลเวอเรจ
ในหลายกรณี การติดต่อครั้งแรกยังคงเกิดขึ้นผ่านWhatsApp , Telegramหรือโซเชียลมีเดียข้อความมักเริ่มต้นอย่างไม่เป็นทางการ บางครั้งอาจเป็นการโทรผิดเบอร์
โดยจะมีเนื้อหาหรือบทนำทั่วไปก่อนที่จะเปลี่ยนไปสู่การอภิปรายเกี่ยวกับการซื้อขาย จากนั้นเหยื่อจะถูกชักนำไปยังแพลตฟอร์มภายนอกที่นำเสนอโอกาสในการลงทุนในฟอเร็กซ์ คริปโต หรือ CFD
แทนที่จะเป็นการตอบกลับแบบกระจัดกระจายหรือปัญหาด้านภาษาที่เห็นได้ชัด ปัจจุบันผู้ให้บริการใช้ AI ในการแปลข้อความที่เข้ามาและสร้างการตอบกลับได้ทันที ซึ่งช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเหยื่อจะเปลี่ยนภาษาหรือถามคำถามทางเทคนิคเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์การซื้อขายก็ตาม การสื่อสารที่ราบรื่นขึ้นทำให้รักษาความสนใจได้นานพอที่จะนำไปสู่การฝากเงินได้ง่ายขึ้น
เมื่อสร้างความไว้วางใจได้แล้ว เหยื่อจะได้รับคำแนะนำให้โอนเงิน โดยทั่วไปจะผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลหรือช่องทางการชำระเงินของบุคคลที่สามที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม ขั้นตอนการทำธุรกรรมยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยเงินมักจะถูกส่งผ่านกระเป๋าเงินหลายใบหลังจากฝากเงินแล้ว
ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมกำลังมุ่งเน้นไปที่ขั้นตอนแรกสุดของการปฏิสัมพันธ์เหล่านี้
OpenAI ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Global Anti-Scam Alliance และให้การสนับสนุนการเปิดตัว Scam.org ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวง รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์ URL และที่อยู่กระเป๋าเงินดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพื่อระบุและบล็อกแคมเปญหลอกลวงก่อนที่จะลุกลามไปสู่การสนทนาที่ยาวนาน
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้นสำหรับโบรกเกอร์และแพลตฟอร์มต่างๆ เนื่องจากการสื่อสารมีความสม่ำเสมอและมีข้อผิดพลาดน้อยลง การแยกแยะระหว่างการติดต่อหลอกลวงกับการได้มาซึ่งลูกค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายจึงยากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่จะมีการทำธุรกรรมใดๆ เกิดขึ้น
ในตอนนี้ โครงสร้างหลักของกลโกงการลงทุนยังคงเหมือนเดิม ความแตกต่างก็คือ จุดเริ่มต้นของการหลอกลวงนั้นตรวจจับได้ยากขึ้น