
คำเตือนที่ออกพร้อมกันเป็นชุดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาโดยอัยการสูงสุดของหลายรัฐในสหรัฐอเมริกา รวมถึงรัฐเพนซิลเวเนีย แคลิฟอร์เนีย วอชิงตัน และแมริแลนด์ ชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการหลอกลวงด้านการลงทุนที่แพร่กระจายผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้ว่าแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Facebook, Instagram และ WhatsApp เป็นช่องทางสำคัญที่ผู้ฉ้อโกงใช้ในการโฆษณาแบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย การปลอมแปลงตัวตน และเนื้อหาปลอมแปลงด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อล่อลวงนักลงทุน การแจ้งเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีจำนวนข้อร้องเรียนและรายงานการสูญเสียที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีและแผนการซื้อขายที่มีความเสี่ยงสูงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
มีการระบุรูปแบบการหลอกลวงหลักสองรูปแบบ
อย่างแรกคือแผนการ "ปั่นราคาแล้วเทขาย" (pump-and-dump) ซึ่งเหยื่อจะถูกล่อลวงเข้าไปในกลุ่มส่วนตัวโดยสัญญาว่าจะให้ข้อมูลเชิงลึกหรือผลตอบแทนที่รับประกัน การซื้อขายแบบประสานงานจะทำให้ราคาสินทรัพย์พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติก่อนที่พวกมิจฉาชีพจะถอนตัวออกไป ทำให้ผู้ลงทุนต้องขาดทุน
อย่างที่สองคือ “การหลอกลวงโดยอาศัยความเชื่อมั่น” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการmanipulationในระยะยาว พวกมิจฉาชีพจะสร้างความไว้วางใจโดยแอบอ้างเป็นที่ปรึกษา ชักจูงเหยื่อให้ไปใช้แพลตฟอร์มการซื้อขายปลอม การถอนเงินจำนวนเล็กน้อยในตอนแรกอาจทำได้ แต่การฝากเงินจำนวนมากมักนำไปสู่การระงับบัญชีหรือการเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียม” ซ้ำๆ
เจ้าหน้าที่ยังสังเกตเห็นรูปแบบที่สอดคล้องกันคือ โฆษณาหลอกลวงมักใช้ดาราหรือบุคคลสำคัญทางการเงิน ตามด้วยการเปลี่ยนไปใช้แอปพลิเคชันเข้ารหัส เช่น WhatsApp หรือ Telegram การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ผู้ฉ้อโกงหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของแพลตฟอร์ม ในขณะเดียวกันก็เพิ่มแรงกดดันทางจิตใจต่อเหยื่อด้วย
เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าเครื่องมือ AI กำลังเร่งแนวโน้มนี้ ทำให้การรับรองปลอมและเรื่องราวการลงทุนปลอมดูน่าเชื่อถือและขยายวงกว้างได้มากขึ้น
คำเตือนทั้งหมดที่ออกระหว่างวันที่ 3-6 เมษายน 2569 หน่วยงานกำกับดูแลเน้นย้ำถึงสัญญาณอันตรายเดียวกัน ได้แก่ การรับประกันผลตอบแทน ความเร่งด่วน การเปลี่ยนแพลตฟอร์ม และการขอชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัล
นักลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลประจำตัวผ่านฐานข้อมูลอย่างเป็นทางการ หลีกเลี่ยงข้อเสนอที่ไม่ได้รับเชิญ และควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งกับโอกาสการลงทุนใดๆ ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์