
สำนักงานกำกับดูแลทางการเงินของเกาหลีใต้ได้ออกคำเตือนผู้บริโภคเกี่ยวกับการใช้บัญชีเสมือนจริงในทางที่ผิดเพื่อฉ้อโกงทางการเงินเพิ่มมากขึ้น โดยเน้นย้ำถึงจำนวนคดีที่เพิ่มขึ้นอย่างมากซึ่งเกี่ยวข้องกับสินเชื่อปลอมและแผนการลงทุนปลอม
ตามข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแล กลุ่มมิจฉาชีพกำลังใช้ประโยชน์จากบัญชีเสมือนจริง ซึ่งมักใช้สำหรับการชำระเงินและการยืนยันตัวตน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือปลอมๆ ในกรณีทั่วไป เหยื่อจะถูกล่อลวงด้วยโฆษณาที่เสนอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือการลงทุนผลตอบแทนสูง จากนั้นจะได้รับคำแนะนำให้ฝากเงินเข้าบัญชีเสมือนจริงที่ "กำหนด" ไว้ โดยมักอ้างว่าการทำเช่นนั้นจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือทางเครดิตหรือเปิดใช้งานผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
ในความเป็นจริง บัญชีเหล่านี้ถูกควบคุมโดยพวกมิจฉาชีพ ซึ่งจะหายตัวไปทันทีที่โอนเงินออกไป
หน่วยงาน FSS ตั้งข้อสังเกตว่า เหยื่อมักไม่ค่อยตั้งคำถามเกี่ยวกับธุรกรรมเหล่านี้ เนื่องจากชื่อบัญชีมักปรากฏในรูปของนิติบุคคล หรือเชื่อมโยงกับสถาบันการเงินที่เป็นที่รู้จัก โครงสร้างนี้เลียนแบบกระบวนการชำระเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ตรวจจับการฉ้อโกงได้ยากขึ้นในระยะเริ่มต้น
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบการละเมิดในรูปแบบที่มีการจัดระเบียบมากขึ้น รวมถึงกรณีที่บัญชีเสมือนถูกสร้างขึ้นจำนวนมากผ่านตัวกลาง เช่น ผู้ให้บริการช่องทางการชำระเงิน และใช้เพื่อส่งต่อเงินที่ผิดกฎหมาย รวมถึงเงินที่ได้จากการหลอกลวงทางเสียง
หน่วยงานกำกับดูแลเน้นย้ำว่า การร้องขอให้ฝากเงินเข้าบัญชีเสมือนจริงโดยมีเงื่อนไขในการรับเงินกู้หรือผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยอย่างร้ายแรง สถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายจะไม่เรียกเก็บเงินล่วงหน้าเพื่ออนุมัติเงินกู้หรือปรับปรุงประวัติเครดิต
นอกจากนี้ ยังมีการเตือนผู้บริโภคไม่ให้ให้หรือขายบัญชีเสมือนจริงแก่บุคคลที่สาม หากบัญชีเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในกิจกรรมฉ้อโกง เจ้าของบัญชีเดิมอาจต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย
สำนักงานกำกับดูแลทางการเงิน (FSS) แนะนำให้บุคคลตรวจสอบรายละเอียดบัญชีอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ชื่อบัญชีไม่ตรงกับชื่อของคู่สัญญาที่คาดไว้ และควรหลีกเลี่ยงการตอบรับข้อเสนอทางการเงินที่ไม่ได้รับเชิญ
เนื่องจากกลโกงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานกำกับดูแลจึงเน้นย้ำว่าการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเมื่อต้องรับมือกับคำแนะนำการชำระเงินหรือโปรโมชั่นทางการเงินที่ไม่คุ้นเคย