
สิงคโปร์ได้ดำเนินการลงโทษเฆี่ยนตีครั้งแรกแก่ผู้รับจ้างขนเงินผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายต่อต้านการฉ้อโกงที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากมาตรการป้องปรามทางกฎหมายไปสู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง นายยาป ชิง กัน ชาวมาเลเซียวัย 23 ปี ถูกตัดสินจำคุก 7 เดือนและเฆี่ยนตี 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 29 เมษายน หลังจากรับสารภาพในข้อหาฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงการลงทุน ความผิดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังวันที่ 30 ธันวาคม 2025 ซึ่งเป็นวันที่บทบัญญัติใหม่ที่อนุญาตให้ลงโทษเฆี่ยนตีสำหรับอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงมีผลบังคับใช้
ภายใต้กรอบกฎหมาย ที่ปรับปรุงใหม่ ผู้กระทำความผิดหลักในคดีฉ้อโกงจะต้องถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยน 6 ถึง 24 ครั้ง ในขณะที่ผู้ช่วยเหลือ เช่น ผู้รับโอนเงินผิดกฎหมาย อาจถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนตามดุลพินิจได้สูงสุด 12 ครั้ง กรณีของยาปแสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายในปัจจุบันขยายขอบเขตไปไกลกว่าผู้จัดตั้งเครือข่ายฉ้อโกง ไปถึงผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานภายในเครือข่ายดังกล่าวด้วย
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการหลอกลวงการลงทุนที่มีโครงสร้างชัดเจน เหยื่อวัย 73 ปีถูกชักชวนให้เข้าร่วมโครงการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านกลุ่ม WhatsApp ที่นำเสนอผลการซื้อขายปลอม และถูกชักจูงให้ลงทุนโดยสัญญาว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงถึง 750% แทนที่จะโอนเงินผ่านระบบดิจิทัล เขาได้รับคำสั่งให้มอบเงินสดให้กับตัวแทน ซึ่งได้แสดงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ปลอมชื่อ “Maplerock”
นายยาปถูกชักชวนในมาเลเซียผ่านทางแอปพลิเคชัน Telegram และถูกส่งไปยังสิงคโปร์เพื่อรับเงิน ซึ่งต่อมาได้ส่งต่อให้บุคคลอื่น เจ้าหน้าที่กล่าวว่าปฏิบัติการนี้เกี่ยวข้องกับการประสานงานข้ามพรมแดนและบทบาทที่ซับซ้อน โดยมีผู้รับโอนเงินเป็นผู้จัดการการรับเงินจริงเพื่อลดความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ
ตำรวจสิงคโปร์สังเกตเห็นแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของชาวต่างชาติที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการขนเงิน โดยมีชาวมาเลเซีย 19 คนถูกจับกุมตั้งแต่เดือนมีนาคม กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าบุคคลที่อำนวยความสะดวกในการฉ้อโกง แม้จะเป็นเพียงธุรกรรมเดียว ก็ต้องเผชิญกับการลงโทษทางร่างกายควบคู่ไปกับการจำคุก ซึ่งเป็นการตอกย้ำการปราบปรามการฉ้อโกงทางการเงินอย่างเป็นระบบในวงกว้าง