
ทางการกำลังเตือนผู้บริโภคเกี่ยวกับแนวโน้มการฉ้อโกงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้แอปพลิเคชันการเข้าถึงระยะไกลในทางที่ผิด เนื่องจากมิจฉาชีพใช้วิธีการที่ตรงไปตรงมามากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการควบคุมความปลอดภัยแบบดั้งเดิม ในการแจ้งเตือนล่าสุด ตำรวจอาบูดาบีเน้นย้ำว่าเครื่องมือที่ใช้กันทั่วไปสำหรับการสนับสนุนทางเทคนิคและการแชร์หน้าจอ กำลังถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่ออำนวยความสะดวกในการโจรกรรมทางการเงิน
ตามคำเตือนดังกล่าว มิจฉาชีพมักแอบอ้างเป็นพนักงานธนาคาร ผู้ให้บริการ หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนด้านเทคนิค ติดต่อเหยื่อโดยอ้างว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาบัญชีหรืออุปกรณ์ จากนั้นจะสั่งให้เหยื่อดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เข้าถึงระยะไกล ซึ่งจะทำให้มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงและควบคุมอุปกรณ์ของเหยื่อได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อเข้าถึงระบบได้แล้ว ผู้โจมตีสามารถตรวจสอบกิจกรรมแบบเรียลไทม์ บันทึกข้อมูลการเข้าสู่ระบบและรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว และดำเนินการทำธุรกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงมาตรการป้องกันที่สำคัญ รวมถึงการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย โดยการทำงานภายในเซสชันของเหยื่อเอง
เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า วิธีการนี้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงจากกลยุทธ์ฟิชชิ่งแบบดั้งเดิมไปสู่แนวทางที่โต้ตอบและหลอกลวงมากขึ้น โดยอาศัยวิศวกรรมทางสังคมแทนช่องโหว่ของระบบ ทำให้การหลอกลวงเหล่านี้ตรวจจับได้ยากขึ้นและอาจนำไปสู่การสูญเสียทางการเงินอย่างรวดเร็ว
ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ผู้บริโภคอย่าดาวน์โหลดซอฟต์แวร์หรืออนุญาตให้เข้าถึงอุปกรณ์หลังจากได้รับการติดต่อหรือส่งข้อความที่ไม่พึงประสงค์ หน่วยงานกำกับดูแลเน้นย้ำว่าสถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายจะไม่ขอเข้าถึงอุปกรณ์ของลูกค้าจากระยะไกลหรือขอข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น รหัสผ่าน รหัส PIN หรือรหัสยืนยัน
เพื่อลดความเสี่ยง บุคคลควรติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น อัปเดตอุปกรณ์เป็นประจำ และใช้ซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย หากพบการติดต่อที่น่าสงสัยหรือการพยายามฉ้อโกง ควรแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบโดยทันที
เนื่องจากการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบดิจิทัลยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานกำกับดูแลจึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่ผู้ใช้งานต้องระมัดระวังตนเอง ซึ่งเป็นด่านป้องกันที่สำคัญต่อกลโกงที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ