FastBull BrokersView
เข้าสู่ระบบ

Tradeview Markets

22
รายการโปรด
แชร์
4.8

ก่อตั้ง: 2004 เงินฝากขั้นต่ำ: 100 USD

สำนักงานใหญ่: หมู่เกาะเคย์แมน เลเวอเรจสูงสุด: 1 : 400

คะแนน
กฎระเบียบและการปฏิบัติตาม
5.5
ชื่อเสียงและคุณภาพ
3.6
การซื้อขายแพลตฟอร์ม
6.2
ต้นทุนการซื้อขาย
3.0
สถานะใบอนุญาต
CIMA 585163
ได้รับอนุญาต

ฝากและถอน

5.0

คะแนน

ดูเพิ่มเติม
ดูเพิ่มเติม
ข้อดีและข้อเสีย
ข้อดี
  • อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดย CIMA, MFSA และ FSC มั่นใจได้ในความสอดคล้องตามมาตรฐานการกำกับดูแลในหลายประเทศและการแยกเงินทุนของลูกค้า
  • สเปรด RAW ECN ต่ำเป็นพิเศษเริ่มต้นที่ 0.0 pips ช่วยลดต้นทุนการเทรดโดยรวมสำหรับ scalpers และนักเทรดความถี่สูง
  • รองรับ 5 แพลตฟอร์มระดับมืออาชีพ รวมถึง cTrader และ Sterling Trader Pro พร้อมเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับการเทรด forex รายย่อยและการเทรดหุ้นระดับสถาบัน
  • เข้าถึงตราสารทางการเงินทั่วโลกกว่า 5,000 รายการ ช่วยให้กระจายพอร์ตการลงทุนได้อย่างครอบคลุมทั้ง forex, หุ้น และ futures
  • รูปแบบการส่งคำสั่งซื้อขายแบบ Direct Market Access (DMA) ปราศจากการแทรกแซงจาก dealing desk ส่งผลให้ราคาโปร่งใสและเป็นไปตามกลไกตลาด
ข้อเสีย
  • เงินฝากขั้นต่ำสำหรับบัญชี Innovative Liquidity (ECN) สูงถึง $1,000 ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับเทรดเดอร์รายย่อยที่มีเงินทุนจำกัด
  • ขาดการกำกับดูแลระดับ Tier-1 จาก FCA หรือ ASIC ซึ่งอาจส่งผลให้ได้รับความคุ้มครองและการชดเชยแก่นักลงทุนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์รายใหญ่ในสหราชอาณาจักรหรือออสเตรเลีย
  • สื่อการเรียนรู้และเครื่องมือวิเคราะห์มีจำกัด ซึ่งให้การสนับสนุนเทรดเดอร์มือใหม่ได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มการเรียนรู้ชั้นนำในอุตสาหกรรม
ภาพรวมรีวิวTradeview Markets

รีวิว Tradeview Markets ฉบับสมบูรณ์นี้จะวิเคราะห์ความปลอดภัยด้านการกำกับดูแล ทางเลือกของแพลตฟอร์ม และต้นทุนการซื้อขายโดยรวมของโบรกเกอร์ การตรวจสอบข้อมูลหลักเหล่านี้จะช่วยคุณตัดสินใจว่า Tradeview Markets เป็นโบรกเกอร์ที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการในการเทรดของคุณหรือไม่?

Tradeview Markets ถูกกฎหมายและปลอดภัยหรือไม่?

Tradeview Markets เป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลจากหลายหน่วยงาน โดยมีการแยกเงินทุนของลูกค้าตามมาตรฐานและการป้องกันยอดเงินคงเหลือติดลบ (negative balance protection) อย่างไรก็ตาม ความเข้มงวดในการกำกับดูแลจะขึ้นอยู่กับนิติบุคคลระดับโลกที่คุณลงทะเบียนบัญชีไว้เป็นหลัก

รีวิว Tradeview Markets

Tradeview Markets คืออะไร? ความเป็นมาของบริษัท

Tradeview Markets ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 โดยผู้ก่อตั้งและ CEO คุณ Timothy Furey ในฐานะบริษัทโบรกเกอร์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน forex และตราสารทุน [1.2.3, 1.2.7] มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ George Town ในหมู่เกาะ Cayman Islands แรกเริ่มเดิมทีบริษัทเริ่มต้นจากการเป็นแผนกอิสระของ Rosenthal Collins Group (RCG) ก่อนจะจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทอย่างเต็มรูปแบบในชื่อ Tradeview Ltd ในปี 2009 [1.2.5, 1.2.7] ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา โบรกเกอร์รายนี้ได้พัฒนาจากแพลตฟอร์มที่เน้นการเทรด forex เป็นหลัก ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการทางการเงินแบบหลายสินทรัพย์ (multi-asset) โดยมีสำนักงานสาขาในยุโรป ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีบ [1.2.5, 1.2.7] ปัจจุบัน Tradeview ให้บริการบัญชีเทรดจริงที่มีความเคลื่อนไหว (active) มากกว่า 120,000 บัญชี โดยส่งคำสั่งซื้อขายผ่าน "Innovative Liquidity Connector" ซึ่งรวบรวมราคาจากผู้ให้บริการสภาพคล่องหลัก (prime liquidity providers) และธนาคารชั้นนำมากกว่า 50 แห่ง [1.2.5]

การกำกับดูแลของ Tradeview Markets

Tradeview Markets ได้รับการกำกับดูแลโดย Malta Financial Services Authority (MFSA), Cayman Islands Monetary Authority (CIMA), Labuan Financial Services Authority (LFSA) และ Securities and Commodities Authority (SCA) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ [1.1.2, 1.1.5] หน่วยงานกำกับดูแลเหล่านี้เป็นการผสมผสานระหว่างการควบคุมดูแลที่เข้มงวดระดับกลางของฝั่งยุโรป และกรอบการกำกับดูแลที่ยืดหยุ่นกว่าในกลุ่มประเทศออฟชอร์ (offshore) [1.1.2, 2.2.6] คุณสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ MFSA เพื่อตรวจสอบสถานะการกำกับดูแลที่ยังคงมีผลอยู่ของ Tradeview Markets [1.1.2] การค้นหาในทะเบียนของ MFSA ด้วยหมายเลขจดทะเบียน C93990 หรือชื่อ "Tradeview Europe Limited" จะช่วยยืนยันการได้รับอนุญาตที่ยังคงมีผลบังคับใช้ของโบรกเกอร์ในการให้บริการด้านการลงทุน [1.1.2]

ตารางด้านล่างนี้แสดงข้อมูลนิติบุคคลภายใต้การกำกับดูแล ใบอนุญาต และระดับการคุ้มครองนักลงทุนที่เกี่ยวข้องสำหรับบริษัทในเครือแต่ละแห่งของ Tradeview Markets [1.1.2, 1.1.5, 2.2.8]:

ชื่อนิติบุคคลหน่วยงานกำกับดูแลหมายเลขใบอนุญาต / หมายเลขจดทะเบียนระดับการกำกับดูแล (Tier)การคุ้มครองนักลงทุน
Tradeview Europe LtdMalta Financial Services Authority (MFSA)หมายเลขจดทะเบียน C93990Tier 2 (ยุโรป/EEA)แผนการชดเชยนักลงทุนสูงสุด €20,000 [1.1.2, 2.2.8]
Tradeview LtdCayman Islands Monetary Authority (CIMA)หมายเลขใบอนุญาต 585163Tier 3 (ออฟชอร์)ไม่มีแผนการชดเชยตามกฎหมาย [1.1.1, 2.2.8]
TVM Global LtdLabuan Financial Services Authority (LFSA)หมายเลขจดทะเบียน LL15870Tier 3 (ออฟชอร์)ไม่มีแผนการชดเชยตามกฎหมาย [1.1.2, 2.2.8]
Tradeview Financial Markets S.A.C.National Superintendence of Public Registries (SUNARP)หมายเลขบริษัท 13089531ไม่ได้รับการกำกับดูแล (เป็นการจดทะเบียนในท้องถิ่น)ไม่มีการคุ้มครองตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลหรือมาตรการความปลอดภัยตามกฎหมาย [1.3.8, 1.4.5]

แม้ว่า Tradeview จะมีนิติบุคคลที่ได้รับการกำกับดูแลในเขตอำนาจศาลที่น่าเชื่อถืออย่างมอลตา แต่ลูกค้ารายย่อยส่วนใหญ่นอกยุโรปจะถูกลงทะเบียนผ่านบริษัทสาขาออฟชอร์ ซึ่งมีการคุ้มครองตามกฎหมายในระดับที่ค่อนข้างต่ำ [1.1.2, 2.2.8]

นิติบุคคลใดของ Tradeview Markets ที่ให้บริการในภูมิภาคของคุณ?

ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของคุณจะเป็นตัวกำหนดว่านิติบุคคลใดของ Tradeview Markets ที่จะดูแลบัญชีเทรดของคุณ ซึ่งจะส่งผลให้มีความแตกต่างอย่างชัดเจนในด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและความปลอดภัย:

  • เทรดเดอร์ในยุโรป: ลูกค้าที่มีถิ่นพำนักในยุโรป (EU/EEA) จะได้รับการบริการจาก Tradeview Europe Ltd เท่านั้น [1.1.2] เส้นทางการสมัครนี้จะให้การคุ้มครองนักลงทุนในระดับสูงสุด รวมถึงการจำกัดเลเวอเรจที่เข้มงวดไว้ที่ 1:30 การป้องกันยอดเงินคงเหลือติดลบแบบบังคับ และการเข้าถึงระบบแผนการชดเชยนักลงทุนของมอลตา (Malta Investor Compensation Scheme) [1.1.2, 2.2.4, 2.2.8]
  • เทรดเดอร์ทั่วโลก: เทรดเดอร์จากลาตินอเมริกา เอเชีย และภูมิภาคอื่นๆ โดยทั่วไปจะถูกส่งไปยังนิติบุคคลออฟชอร์ เช่น Tradeview Ltd (CIMA) หรือ TVM Global Ltd (Labuan FSA) [1.1.2, 1.4.4] การเปิดบัญชีกับออฟชอร์จะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงเลเวอเรจที่สูงกว่ามาก (สูงสุด 1:400 หรือ 1:500) แต่ก็ต้องแลกกับการเข้าไม่ถึงช่องทางการระงับข้อพิพาทภายนอกหรือแผนการชดเชยจากหน่วยงานกำกับดูแล [1.2.5, 2.2.6, 2.2.8]
  • ลูกค้าท้องถิ่นในลาตินอเมริกา: ลูกค้าในเปรูและในภูมิภาคดังกล่าวอาจต้องใช้บริการของ Tradeview Financial Markets S.A.C. ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงลิมา [1.4.4] นิติบุคคลนี้ดำเนินงานภายใต้การจดทะเบียนการค้าในท้องถิ่นมากกว่าที่จะอยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินเฉพาะทาง ซึ่งหมายความว่าลูกค้าจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากคู่สัญญา (counterparty risk) ที่สูง [1.4.4, 1.4.5]

ประเทศที่ถูกจำกัดการให้บริการ

Tradeview Markets บังคับใช้ขอบเขตทางภูมิศาสตร์อย่างเข้มงวดสำหรับการให้บริการ เนื่องจากข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบระหว่างประเทศและข้อจำกัดของหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละภูมิภาค:

  • สหรัฐอเมริกา: Tradeview Markets ไม่รับลูกค้าที่เป็นพลเมืองหรือผู้พำนักในสหรัฐฯ ไม่ว่าในกรณีใดๆ [1.3.9] ข้อจำกัดนี้เนื่องมาจากกฎระเบียบของสหรัฐฯ ห้ามไม่ให้โบรกเกอร์ออฟชอร์เสนอการซื้อขาย CFD สำหรับรายย่อยและการซื้อขาย spot forex แบบเลเวอเรจให้กับพลเมืองของตนโดยไม่ได้รับการจดทะเบียนกับ SEC/CFTC ท้องถิ่น [1.3.9, 1.4.9]
  • เขตอำนาจศาลที่ถูกคว่ำบาตร: จะไม่เปิดให้บริการแก่ผู้พำนักในประเทศที่ถูกขึ้นบัญชีดำโดย FATF หรืออยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงอิหร่าน เกาหลีเหนือ คิวบา และซีเรีย
  • ข้อห้ามในท้องถิ่น: โบรกเกอร์จะจำกัดการให้บริการในประเทศใดๆ ที่กฎหมายท้องถิ่นห้ามไม่ให้มีการเทรด FX และ CFD สำหรับลูกค้ารายย่อย โดยกำหนดให้เป็นความรับผิดชอบของเทรดเดอร์ในการตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายในท้องถิ่นก่อนทำการสมัครใช้งาน [1.3.1]

การคุ้มครองเงินทุนของลูกค้า

Tradeview Markets ใช้กลไกความปลอดภัยตามมาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อปกป้องเงินลงทุนของลูกค้าจากความเสี่ยงในการดำเนินงาน:

  • บัญชีธนาคารแยกต่างหาก: เงินทุนของลูกค้ารายย่อยทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในบัญชีที่แยกต่างหากกับสถาบันการเงินระดับโลกชั้นนำ เช่น BMO Harris Bank ในอเมริกาเหนือ [2.2.3] การแยกบัญชีนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเงินทุนของลูกค้าจะถูกแยกออกจากบัญชีงบดุลของบริษัท Tradeview อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่สามารถนำไปใช้เพื่อชำระหนี้สินหรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโบรกเกอร์ได้ [1.1.9, 2.2.1]
  • การป้องกันยอดเงินคงเหลือติดลบ: ระบบการจัดการความเสี่ยงแบบอัตโนมัติจะถูกนำมาใช้ในทุกแพลตฟอร์มการซื้อขายเพื่อป้องกันไม่ให้ยอดเงินคงเหลือในบัญชีของลูกค้าต่ำกว่าศูนย์ [2.2.4] มาตรการความปลอดภัยนี้จะปิดสถานะ (liquidate) โดยอัตโนมัติในกรณีที่ตลาดมีความผันผวนอย่างรุนแรง เพื่อให้มั่นใจว่าเทรดเดอร์รายย่อยจะไม่สูญเสียเงินทุนมากกว่าเงินฝากเริ่มต้น [2.2.4]
  • การตรวจสอบทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ: งบการเงินของโบรกเกอร์จะผ่านการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบบัญชีอิสระอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความสามารถในการชำระหนี้ (solvency) ของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง [2.2.5]

รีวิวจากผู้ใช้และคะแนน Trustpilot ของ Tradeview Markets

Tradeview Markets มีคะแนนรีวิวบน Trustpilot อยู่ที่ 4.5 จาก 5 ดาว จากรีวิวประมาณ 414 รายการ ซึ่งสะท้อนถึงความพึงพอใจโดยรวมในเชิงบวกอย่างมากของผู้ใช้ ณ เดือนมิถุนายน 2026 [1.4.8, 2.1.1] คะแนนเฉลี่ยที่สูงนี้บ่งชี้ถึงความพึงพอใจในระดับที่แข็งแกร่งในหมู่ฐานลูกค้าที่มีการซื้อขายกับโบรกเกอร์ หากต้องการอ่านความคิดเห็นโดยละเอียดจากเทรดเดอร์แต่ละราย คุณสามารถ ดูรีวิว Tradeview Markets บน Trustpilot

จากบัญชีผู้ใช้ที่ได้รับการยืนยันและข้อคิดเห็นจากผู้ใช้งาน ประสบการณ์เชิงบวกจะมุ่งเน้นไปที่สามด้านหลักๆ ดังนี้:

  • สเปรดดิบที่แคบมาก: เทรดเดอร์ระยะยาวหลายรายชื่นชมการตั้งราคาแบบดิบในบัญชี Innovative Liquidity Connector (ILC) โดยระบุว่าสเปรดในคู่สกุลเงิน FX หลักและดัชนียังคงอยู่ในระดับที่ต่ำอย่างน่าทึ่ง พร้อมค่าคอมมิชชันที่แข่งขันได้สูง [2.2.1, 2.2.5, 2.2.8]
  • การสนับสนุนที่เอาใจใส่: ลูกค้ามักกล่าวชื่นชมผู้จัดการบัญชีส่วนบุคคลและทีมบริการลูกค้าระดับภูมิภาค (เช่น ฝ่ายสนับสนุน LATAM) สำหรับการมอบประสบการณ์การดูแลที่เป็นส่วนตัวและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งหาได้ยากในกลุ่มโบรกเกอร์รายย่อยที่เน้นค่าบริการราคาประหยัด [2.2.5, 2.2.8]
  • ตัวเลือกแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่น: ผู้ใช้ชื่นชอบขั้นตอนการสมัครใช้งานเริ่มต้นที่ราบรื่นและอิสระในการซื้อขายบนแพลตฟอร์มที่ตนต้องการ โดยมีการรายงานว่าสามารถตั้งค่าใช้งานได้อย่างรวดเร็วสำหรับ MetaTrader 4, MetaTrader 5 และ cTrader [2.2.1, 2.2.8]

ในทางกลับกัน รีวิวเชิงลบจำนวนเล็กน้อยได้เน้นย้ำถึงจุดบกพร่องเชิงโครงสร้างบางประการ:

  • ความล่าช้าในการประมวลผลการถอนเงิน: ข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งคือความล่าช้าในการโอนเงินผ่านธนาคาร (bank wire) โดยลูกค้าบางรายพบเจอกับระยะเวลาการรอคอยที่ยาวนานกว่าที่คาดไว้ หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาการประมวลผลภายใน 24 ชั่วโมงของโบรกเกอร์ [1.4.9, 2.1.6]
  • มาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวด: ผู้ใช้บางรายแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการตรวจสอบ Know Your Customer (KYC) และการป้องกันการฟอกเงิน (AML) ที่เข้มงวดมาก ซึ่งอาจทำให้เส้นทางการทำธุรกรรมทางการเงินถูกระงับชั่วคราว หรือทำให้กระบวนการยืนยันตัวตนมีความซับซ้อนมากขึ้น [1.4.9]
  • ข้อกังวลเกี่ยวกับการร้องเรียนในหน่วยงานออฟชอร์: ในฟอรัมระดับภูมิภาค ผู้ใช้บางรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับการขาดกลไกการระงับข้อพิพาทโดยหน่วยงานกำกับดูแลระดับชั้นนำ (top-tier) สำหรับบัญชีที่ลงทะเบียนภายใต้หน่วยงานหมู่เกาะเคย์แมน (CIMA) หรือหน่วยงานในเปรู [2.2.6]

ประเภทบัญชีของ Tradeview Markets

Tradeview Markets มีโครงสร้างบัญชีที่แบ่งส่วนอย่างชัดเจน โดยแยกโครงสร้างการกำหนดราคาระหว่างบัญชีสำหรับรายย่อยที่ไม่มีค่าคอมมิชชัน และบัญชี ECN ที่มีเกณฑ์เงินฝากขั้นต่ำสูง ซึ่งหมายความว่าเงื่อนไขการซื้อขายที่ดีที่สุดจะถูกสงวนไว้สำหรับเทรดเดอร์ที่มีปริมาณการเทรดสูงหรือมีเงินทุนหนาเท่านั้น

ประเภทบัญชีและข้อกำหนดการฝากเงินขั้นต่ำของ Tradeview Markets

เพื่อรองรับระดับเงินทุนและสไตล์การเทรดที่แตกต่างกัน Tradeview Markets จึงเสนอตัวเลือกบัญชีหลักสำหรับรายย่อยสามประเภท แทนที่จะบังคับให้ผู้ใช้ทุกคนใช้โมเดลเดียวกัน โบรกเกอร์จะแยกข้อเสนอตามความชอบของแพลตฟอร์มและรูปแบบการส่งคำสั่งซื้อขาย:

  • บัญชี X Leverage (XLev): บัญชีนี้ต้องการเงินฝากขั้นต่ำ $100 และมีเลเวอเรจสูงสุดถึง 1:400 (หรือสูงสุด 1:30 สำหรับลูกค้าในสหภาพยุโรปภายใต้ข้อจำกัดของหน่วยงานกำกับดูแลในยุโรป) ไม่มีค่าคอมมิชชันในการซื้อขาย ($0) เนื่องจากต้นทุนการเป็นโบรกเกอร์ทั้งหมดจะถูกรวมอยู่ในสเปรดแบบลอยตัวมาตรฐาน ซึ่งโดยปกติจะเริ่มต้นที่ 1.0 ถึง 1.2 pips ลูกค้าสามารถเปิดออเดอร์เริ่มต้นที่ 0.01 micro-lot
  • บัญชี Innovative Liquidity Connector (ILC): บัญชีประเภท ECN ระดับมืออาชีพนี้ต้องการเงินฝากขั้นต่ำค่อนข้างสูงที่ $1,000 และจำกัดเลเวอเรจสูงสุดที่ 1:100 (หรือ 1:30 ในสหภาพยุโรป) มีการคิดค่าคอมมิชชันที่แข่งขันได้อยู่ที่ $2.50 ต่อหนึ่งฝั่งของ standard lot ($5.00 ไป-กลับ) สำหรับการติดตั้งใช้งานบน MT4/MT5 มาตรฐาน พร้อมข้อเสนอสเปรดในตลาด ECN ดิบโดยตรงเริ่มต้นที่ 0.0 pips อย่างไรก็ตาม ขนาดการเทรดขั้นต่ำจะถูกจำกัดไว้ที่ 0.1 standard lot อย่างเข้มงวด
  • บัญชี cTrader ECN: บัญชีเฉพาะทางสำหรับ cTrader นี้ทำหน้าที่เป็นตัวเลือก ECN ระดับกลาง โดยต้องการเงินฝากขั้นต่ำที่ต่ำกว่าเพียง $100 และอนุญาตให้ใช้เลเวอเรจได้สูงสุด 1:400 (หรือ 1:30 ในสหภาพยุโรป) ยังคงได้สเปรดดิบเริ่มต้นที่ 0.0 pips และมีค่าคอมมิชชันอยู่ที่ $2.50 ต่อหนึ่งฝั่งของ standard lot ($5.00 ไป-กลับ) โดยมีขนาดการเทรดขั้นต่ำอยู่ที่ 0.1 standard lot

ในทางปฏิบัติ บัญชีที่คุณเลือกจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อต้นทุนการซื้อขายโดยรวมและความยืดหยุ่นในการจัดการความเสี่ยงของคุณ

บัญชี X Leverage Account ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับมือใหม่รายย่อยหรือเทรดเดอร์ทั่วไป เกณฑ์การฝากเงินเริ่มต้นที่ต่ำเพียง $100 และความสามารถในการเทรดที่ 0.01 micro-lot ช่วยให้สามารถจัดการความเสี่ยงในขนาดที่เล็กลงได้อย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม สเปรดที่มีการบวกเพิ่ม (markup) จะทำให้บัญชีนี้มีราคาแพงกว่ามากเมื่อเวลาผ่านไป สำหรับผู้ที่ใช้กลยุทธ์การเทรดแบบถี่ๆ (high-frequency trading)

บัญชี Innovative Liquidity Connector (ILC) Account เป็นบัญชีระดับพรีเมียมในสไตล์สถาบัน โดยมีสเปรดดิบ ECN ที่ต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม และค่าคอมมิชชันไป-กลับที่น่าสนใจมากเพียง $5.00 ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์สาย scalper, ระบบเทรดอัตโนมัติ (EAs) และเดย์เทรดเดอร์ (day traders) อย่างไรก็ตาม บัญชีนี้ก็มีข้อดีข้อเสียที่สำคัญ: เกณฑ์การเข้าใช้งานที่ $1,000 นั้นค่อนข้างสูง และข้อกำหนดขนาดการเทรดขั้นต่ำที่ 0.1 lot ก็ใหญ่เกินไปสำหรับบัญชีขนาดเล็ก ทำให้ยากต่อการควบคุมความเสี่ยงอย่างเหมาะสมสำหรับบัญชีที่มีงบจำกัด

บัญชี cTrader ECN Account เป็นทางเลือกทางลัดที่ชาญฉลาดสำหรับเทรดเดอร์รายย่อยที่ต้องการสเปรด ECN ที่ต่ำเป็นพิเศษและค่าคอมมิชชัน $5.00 โดยไม่ต้องจ่ายเงินลงทุนล่วงหน้าสูงถึง $1,000 แต่ข้อเสียยังคงเป็นขนาดการส่งออเดอร์ขั้นต่ำที่ 0.1 lot ซึ่งหมายความว่าแม้จะฝากเงินเพียง $100 แต่การเปิดโพซิชันเพียงครั้งเดียวจะมีความเสี่ยงด้านหลักประกัน (margin) ที่สูงกว่าปกติ

Tradeview Markets มีบริการบัญชีอิสลาม (Islamic Account) หรือไม่?

Tradeview Markets มีบริการบัญชีอิสลามแบบฟรีค่าสวอป (swap-free) ที่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามอย่างสมบูรณ์สำหรับเทรดเดอร์ที่นับถือศาสนาอิสลาม ในการเปิดใช้งานบัญชีประเภทนี้ ลูกค้าจะต้องส่งคำขออย่างเป็นทางการและลงนามใน "ข้อตกลงบัญชีเทรดอิสลามที่ไม่มีค่าสวอป" ของโบรกเกอร์ ซึ่งจะยกเว้นการเก็บดอกเบี้ยข้ามคืนหรือการสะสมเครดิต แทนที่จะใช้ค่าสวอปมาตรฐาน Tradeview อาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการแบบคงที่ หรือปรับสเปรดเล็กน้อยสำหรับการถือครองออเดอร์ข้ามคืนที่เกินกว่าระยะเวลาผ่อนผันที่กำหนด

ค่าธรรมเนียมและต้นทุนการซื้อขายของ Tradeview Markets

Tradeview Markets เสนอสเปรด ECN ดิบที่แข่งขันได้ควบคู่ไปกับค่าคอมมิชชันไป-กลับที่ต่ำเพียง $5.00 แต่อัตราดอกเบี้ยข้ามคืน (swap) และค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชีรายเดือนกรณีไม่มีความเคลื่อนไหว (inactivity fee) นั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

ค่าธรรมเนียมการซื้อขายของ Tradeview Markets

ต้นทุนโดยตรงในการเทรดของคุณกับ Tradeview Markets จะพิจารณาจากประเภทบัญชีที่คุณเปิดและสินทรัพย์ทางการเงินเฉพาะที่คุณทำการซื้อขายเป็นหลัก:

  • สเปรด: สำหรับบัญชี X Leverage (XLev) สเปรดจะเป็นการบวกเพิ่มราคา โดยมีสเปรดทั่วไปสำหรับ EUR/USD เริ่มต้นระหว่าง 1.0 ถึง 1.2 pips ในทางตรงกันข้าม บัญชี Innovative Liquidity Connector (ILC) และ cTrader จะเสนอสเปรดดิบระดับสถาบันซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 0.0 ถึง 0.2 pips ในคู่สกุลเงินหลักในช่วงเวลาที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดในตลาด
  • ค่าคอมมิชชัน: บัญชี XLev จะไม่มีค่าคอมมิชชัน สำหรับบัญชี ECN (ILC และ cTrader) ค่าคอมมิชชันมาตรฐานถูกกำหนดไว้ที่ $2.50 ต่อฝั่งต่อ standard lot ($5.00 ไป-กลับ) อย่างไรก็ตาม ภายใต้นิติบุคคลบางแห่งในภูมิภาคยุโรป บัญชีที่มีการฝากเงินต่ำกว่า $1,000 ("Type 7") อาจต้องเผชิญกับค่าคอมมิชชันที่สูงขึ้นที่ $3.50 ต่อฝั่งต่อ standard lot ($7.00 ไป-กลับ)
  • ค่าสวอปและค่าธรรมเนียมข้ามคืน: หากคุณถือโพซิชันที่มีเลเวอเรจข้ามเวลา 17:00 น. EST คุณจะถูกเรียกเก็บหรือได้รับเครดิตตามอัตราค่าสวอปที่แปรผันตามส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของสินทรัพย์ที่เทรด จะมีการคิดค่าสวอปสามเท่าในวันพุธเมื่อปิดตลาด เพื่อครอบคลุมช่วงสุดสัปดาห์ (rollover) ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนการถือครองโพซิชันได้อย่างมากสำหรับเทรดเดอร์สายสวิง (swing traders)

ค่าธรรมเนียมที่ไม่ได้เกิดจากการซื้อขายของ Tradeview Markets

นอกเหนือจากต้นทุนการส่งคำสั่งซื้อขายโดยตรงแล้ว Tradeview Markets ยังเก็บค่าธรรมเนียมที่ไม่ได้เกิดจากการซื้อขายอีกหลายประเภท ซึ่งอาจกัดกินเงินทุนที่ไม่ได้ใช้งานของคุณ หากบัญชีไม่มีความเคลื่อนไหว:

  • ค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชีกรณีไม่มีความเคลื่อนไหวที่เข้มงวด: หากไม่มีกิจกรรมการซื้อขายเกิดขึ้นในบัญชีของคุณเป็นระยะเวลา 1 เดือน (30 วัน) โบรกเกอร์จะคิดค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชีรายเดือนเท่ากับจำนวนที่น้อยกว่าระหว่างยอดเงินคงเหลือของคุณหรือ $10 ระยะเวลาผ่อนผัน 30 วันนี้สั้นและเข้มงวดกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ที่ 90 ถึง 180 วันอย่างมาก หากยอดเงินในบัญชีของคุณลดลงเหลือศูนย์และไม่มีความเคลื่อนไหวติดต่อกัน 6 เดือน โปรไฟล์บัญชีจะถูกปิดและจัดเก็บอย่างถาวร
  • ค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน: เนื่องจาก Tradeview รองรับสกุลเงินหลักของบัญชีเจ็ดสกุลเงิน (รวมถึง USD, EUR, GBP, JPY, CAD, CHF และ MXN) การซื้อขายสินทรัพย์ที่มีสกุลเงินต่างจากสกุลเงินหลักของบัญชีคุณ จะทำให้เกิดส่วนต่างการแปลงสกุลเงินมาตรฐานประมาณ 0.5% ถึง 1.0% เพื่อคำนวณกำไรหรือขาดทุนกลับเข้าสู่สกุลเงินหลักของคุณ

การฝากเงินและการถอนเงินของ Tradeview Markets

Tradeview Markets รองรับวิธีการชำระเงินที่หลากหลาย รวมถึงการโอนเงินผ่านธนาคาร, บัตรเครดิต และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ แม้ว่ากระบวนการถอนเงินจะต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบเพื่อป้องกันการฟอกเงินที่เข้มงวด และอาจมีค่าธรรมเนียมของธนาคารตัวกลาง

สำหรับการฝากเงิน โบรกเกอร์ยอมรับระบบการชำระเงินที่แตกต่างกันมากกว่า 20 ระบบ รวมถึงบัตรเครดิต/เดบิต (Visa, Mastercard), การโอนเงินผ่านธนาคาร (bank wire) และแพลตฟอร์มเงินอิเล็กทรอนิกส์ยอดนิยม เช่น Neteller, Skrill, Interac, FasaPay, SticPay, Uphold และ ADVcash แม้ว่าโบรกเกอร์จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการฝากเงินโดยตรง แต่ผู้ให้บริการชำระเงินหรือธนาคารในท้องถิ่นของคุณอาจเก็บค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมแยกต่างหาก

ข้อกำหนดเงินฝากขั้นต่ำอยู่ที่ $100 สำหรับบัญชี XLev และ cTrader ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผล แต่จะขยับขึ้นไปสูงถึง $1,000 สำหรับบัญชีระดับพรีเมียมอย่าง ILC ECN แม้ว่าการประมวลผลการฝากเงินมักจะเกิดขึ้นทันทีสำหรับบัตรเครดิตและกระเป๋าเงินดิจิทัล แต่การโอนเงินผ่านธนาคารแบบดั้งเดิมอาจใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 5 วันทำการในการอนุมัติเข้าบัญชีของคุณ

ในการถอนเงิน Tradeview จะประมวลผลคำขอตามหลักเกณฑ์ "เข้าก่อน ออกก่อน" (FIFO) ที่เข้มงวดตามแหล่งเงินทุนดั้งเดิม ซึ่งหมายความว่าการถอนเงินกลับเข้าบัตรเครดิตหรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์จะไม่สามารถเกินจำนวนเงินฝากเริ่มต้นได้ กำไรส่วนเกินจากการซื้อขายจะต้องถูกถอนออกผ่านทางการโอนเงินผ่านธนาคาร (bank wire) เท่านั้น

แม้ว่าคำขอถอนเงินภายในโดยทั่วไปจะได้รับการประมวลผลภายในระยะเวลาทำการ 12 ถึง 24 ชั่วโมง แต่ก็อาจเกิดความล่าช้าในการส่งผ่านช่องทางภายนอกได้ นอกจากนี้ ในขณะที่การถอนเงินผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มักจะไม่มีค่าธรรมเนียม แต่การโอนเงินผ่านธนาคารจะมีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมขาออกแบบคงที่สูงสุดถึง $35 ซึ่งอาจทำให้การถอนเงินจำนวนน้อยไม่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง

จากข้อมูลของเทรดเดอร์ที่มีความเคลื่อนไหวและข้อร้องเรียนออนไลน์ที่ได้รับการยืนยัน ระบบการถอนเงินของโบรกเกอร์บางครั้งอาจเป็นจุดที่สร้างปัญหาให้กับผู้ใช้ เทรดเดอร์หลายรายบน Trustpilot และ WikiFX ได้รายงานเกี่ยวกับความล่าช้าในการถอนเงินที่ค้างอยู่ในสถานะ "อยู่ระหว่างการตรวจสอบ" เป็นระยะเวลานาน

ความล่าช้าเหล่านี้โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นจากโปรโตคอลป้องกันการฟอกเงิน (AML) ที่เข้มงวด และข้อกำหนดด้านเอกสารยืนยันตัวตน (KYC) ที่ซับซ้อน ตัวอย่างเช่น เนื่องจากโบรกเกอร์ถูกห้ามไม่ให้อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมกับบุคคลที่สาม ความแตกต่างใดๆ ระหว่างชื่อในบัญชีเทรดและบัญชีธนาคารหรือบัตรที่รับเงิน จะทำให้เกิดการระงับเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบในทันที โดยกำหนดให้ลูกค้าต้องจัดส่งเอกสารรับรองเพิ่มเติมก่อนที่จะสามารถปล่อยเงินได้

แพลตฟอร์มการซื้อขาย เงื่อนไข และประสบการณ์กับ Tradeview Markets

Tradeview Markets นำเสนอสภาพแวดล้อมการซื้อขายขั้นสูงแบบหลายแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีการส่งคำสั่งซื้อขายระดับสถาบัน ทำให้เป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งสำหรับเทรดเดอร์ที่เน้นประสิทธิภาพการทำงานและให้ความสำคัญกับความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขายมากกว่าเครื่องมือทางการตลาดสำหรับรายย่อย

Tradeview Markets รองรับ MT4, MT5 และการเทรดบนมือถือหรือไม่?

Tradeview Markets รองรับแพลตฟอร์มการซื้อขายที่หลากหลายมาก รวมถึง MetaTrader 4, MetaTrader 5, cTrader และ Currenex เพื่อให้มั่นใจว่าเทรดเดอร์ทั้งรายย่อยและรายสถาบันสามารถเข้าถึงอินเทอร์เฟซที่ต้องการได้ การไม่จำกัดลูกค้าให้อยู่แต่ในแอปที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเพียงตัวเดียว ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถปรับใช้โซลูชันการเทรดเฉพาะทางของตนเองได้

  • การผสานการทำงานกับ MetaTrader 5: ด้วยการจับคู่ MT5 เข้ากับการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ร่วม (co-location) NY4 ในนิวยอร์ก ทำให้ Tradeview สามารถให้บริการเข้าถึงตลาดโดยตรง (Direct Market Access - DMA) เพื่อซื้อขายหุ้นจริงของสหรัฐฯ ที่จดทะเบียนใน NYSE และ NASDAQ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่หาได้ยากในกลุ่มโบรกเกอร์ FX รายย่อยทั่วไป
  • แพลตฟอร์ม cTrader: อินเทอร์เฟซแบบภาพและเครื่องมือความลึกของตลาด (market depth) ขั้นสูงของ cTrader จะถูกจับคู่กับราคาดิบของ Tradeview เพื่อลดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในรูปแบบดีลลิงรูม (dealing desk) อย่างสมบูรณ์
  • แพลตฟอร์ม Currenex: ระบบที่มีประสิทธิภาพสูงเฉพาะทางนี้พร้อมใช้งานสำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพที่ต้องการความเร็วสูง และลูกค้าองค์กรที่ต้องการเครื่องมือกำหนดเส้นทางคำสั่งซื้อขายระดับสถาบัน
  • การซื้อขายบนมือถือ: โบรกเกอร์ไม่มีแอปพลิเคชันมือถือที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ลูกค้าสามารถจัดการพอร์ตการลงทุนของตนได้ในระหว่างเดินทางโดยใช้แอปพลิเคชันมือถืออย่างเป็นทางการบน iOS และ Android ของ MT4, MT5 และ cTrader

คุณสามารถซื้อขายอะไรได้บ้างบน Tradeview Markets?

Tradeview Markets มอบการเข้าถึงตราสารทางการเงินมากกว่า 1,000 รายการ ครอบคลุมทั้ง forex, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์, ฟิวเจอร์ส และหุ้นจริงในตลาดหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ไม่รองรับการซื้อขาย ETFs, ออปชัน หรือพันธบัตร แคตตาล็อกผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ภายใต้โปรไฟล์การซื้อขายเดียว

เนื่องจากนี่เป็นรายการผลิตภัณฑ์ที่สามารถซื้อขายได้ ตลาดโดยตรงที่มีให้บริการจึงรวมถึง:

  • Forex: มีคู่สกุลเงินมากกว่า 60 คู่ รวมถึงคู่เงินหลัก, คู่เงินรอง และคู่เงินเกิดใหม่ (exotic crosses)
  • หุ้น: การเข้าถึงตลาดโดยตรง (Direct Market Access) ไปยังหุ้นจริงของสหรัฐฯ บน NYSE และ NASDAQ ผ่าน MetaTrader 5 ตลอดจนตัวเลือกของ CFD หุ้นมาตรฐานที่หลากหลาย
  • ดัชนี: มีดัชนีหุ้นหลักระดับโลกมากกว่า 10 รายการ รวมถึง US500, US30 และ UK100
  • สินค้าโภคภัณฑ์: สัญญา Spot และ Futures สำหรับทองคำ, เงิน, น้ำมันดิบ (WTI และ Brent) และก๊าซธรรมชาติ
  • สกุลเงินดิจิทัล: CFD แบบมีเลเวอเรจบนสินทรัพย์ดิจิทัลหลักๆ เช่น Bitcoin และ Ethereum (ความพร้อมให้บริการขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละภูมิภาค)

เลเวอเรจ, มาร์จิ้น และการส่งคำสั่งซื้อขายของ Tradeview Markets

Tradeview Markets ใช้โมเดลการส่งคำสั่งซื้อขายแบบ Straight Through Processing (STP) และ Electronic Communication Network (ECN) 100% โดยมอบความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขายที่ต่ำกว่า 1 มิลลิวินาที และเลเวอเรจสูงสุดถึง 1:500 ขึ้นอยู่กับเขตอำนาจศาลของลูกค้า รูปแบบการดำเนินงานนี้ตอบสนองความต้องการของเทรดเดอร์สายระบบ (algorithmic traders) ที่ต้องการความรวดเร็วในการจับคู่ออเดอร์

  • โมเดล STP/ECN แบบไม่มีดีลลิงรูม (NDD): คำสั่งซื้อขายทั้งหมดของลูกค้าจะถูกจับคู่โดยอัตโนมัติกับกลุ่มสภาพคล่องที่ประกอบด้วยผู้ให้บริการโบรกเกอร์รายใหญ่และธนาคารระดับโลกมากกว่า 50 แห่ง ซึ่งหมายความว่าโบรกเกอร์จะไม่ทำหน้าที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับการเทรดของคุณ
  • ข้อจำกัดเลเวอเรจในแต่ละภูมิภาค: เลเวอเรจสูงสุดอยู่ที่ 1:500 สำหรับบัญชีรายย่อยทั่วโลกภายใต้กฎเกณฑ์ของออฟชอร์อย่าง CIMA หรือ Labuan แต่จะถูกจำกัดไว้อย่างเข้มงวดที่ 1:30 สำหรับเทรดเดอร์ในยุโรป เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบการคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มงวดของ ESMA
  • การบริหารจัดการความเสี่ยงและการปิดสถานะมาร์จิ้นอัตโนมัติ: ระดับ stop-out ของหลักประกันถูกตั้งค่าให้ปิดสถานะที่ขาดทุนโดยอัตโนมัติ หากมูลค่าพอร์ต (equity) ในบัญชีของคุณลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อป้องกันคุณจากหนี้สินที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

เครื่องมือการวิเคราะห์ข้อมูลและแหล่งข้อมูลการศึกษาของ Tradeview Markets

Tradeview Markets เสนอแหล่งข้อมูลการศึกษาและการวิเคราะห์วิจัยตลาดผ่านทางแพลตฟอร์มโซเชียลของตนเองอย่าง TradeGATEHub ควบคู่ไปกับเครื่องมือทั่วไป เช่น ปฏิทินเศรษฐกิจและตัวชี้วัดตลาด โบรกเกอร์เน้นการขับเคลื่อนข้อมูลการเรียนรู้ผ่านคอมมูนิตี้มากกว่าที่จะเป็นข้อมูลในรูปแบบไฟล์ PDF พื้นฐานทั่วไป

  • TradeGATEHub (TGH): พอร์ทัลโซเชียลและการศึกษาที่เป็นกรรมสิทธิ์นี้เชื่อมต่อลูกค้ารายย่อยโดยตรงกับนักวิเคราะห์ตลาดมืออาชีพ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับกราฟและการพัฒนาทางเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์
  • แพลตฟอร์มโซเชียล CommuniTraders: ระบบนิเวศการคัดลอกการซื้อขาย (copy-trading) แบบผสานรวมช่วยให้เทรดเดอร์รายย่อยสามารถศึกษาและลอกเลียนแบบพอร์ตการลงทุนของผู้จัดการระบบที่มีประสบการณ์ได้โดยอัตโนมัติ

ฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ Tradeview Markets ดีแค่ไหน?

Tradeview Markets ให้การบริการสนับสนุนลูกค้าที่ตอบสนองอย่างรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง วันจันทร์-ศุกร์ (24/5) ผ่านทางแชทสด, อีเมล และสายโทรศัพท์ตรง แม้ว่าคุณภาพการบริการจะแตกต่างกันระหว่างระบบแพลตฟอร์มแบบอัตโนมัติและผู้จัดการบัญชีส่วนบุคคลก็ตาม มีบริการช่วยเหลือในหลายภาษาเพื่อตอบรับความเป็นโบรกเกอร์ระดับโลก

  • ผู้จัดการบัญชีส่วนตัว: บัญชีเทรดที่ใช้งานอยู่ทุกบัญชีจะได้รับการแต่งตั้งผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าเฉพาะรายตลอด 24/5 ซึ่งช่วยลดระยะเวลาตอบกลับสำหรับคำถามและการจัดการทั่วไปในชีวิตประจำวันได้อย่างมาก
  • สายด่วนส่งคำสั่งซื้อขาย: มีบริการสายโทรศัพท์เฉพาะสำหรับการส่งคำสั่งซื้อขายโดยตรงในกรณีฉุกเฉิน แม้ว่าจะไม่ได้ให้บริการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคทั่วไปก็ตาม

Tradeview Markets เหมาะกับใครมากที่สุด?

Tradeview Markets เหมาะที่สุดสำหรับเดย์เทรดเดอร์ (day traders) ที่มีประสบการณ์, เทรดเดอร์สาย scalper และลูกค้าระดับสถาบันที่มีความสามารถในการฝากเงินตามเกณฑ์บัญชี ECN ระดับพรีเมียม เพื่อรับประโยชน์จากค่าคอมมิชชันที่ต่ำมากและความเร็วในการจับคู่คำสั่งซื้อขายแบบ STP ที่รวดเร็ว

Tradeview Markets ดีต่อสาย Scalper และนักเทรดด้วยระบบ (Algorithmic Traders) หรือไม่?

ใช่ Tradeview Markets เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับ scalper และเทรดเดอร์ที่ใช้ระบบอัตโนมัติ เนื่องจากสภาพคล่องของ ECN ดิบ ความเร็วในการประมวลผลคำสั่งซื้อขายที่ต่ำกว่ามิลลิวินาที และการไม่มีข้อจำกัดใดๆ ในการซื้อขายความถี่สูง (high-frequency trading)

นักเทรดสาย scalper ต้องการสเปรดดิบที่ไม่มีความผันผวนอย่างรุนแรง ควบคู่กับการส่งคำสั่งซื้อขายอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงการคลาดเคลื่อนของราคา (slippage) โมเดลประมวลผลคำสั่งตรง (STP) ของ Tradeview จะส่งต่อคำสั่งของคุณโดยตรงไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่องชั้นนำกว่า 50 ราย เพื่อให้มั่นใจว่าระบบเทรดอัตโนมัติ (EAs) และระบบส่งคำสั่งซื้อขายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยไม่มีการหน่วงเวลาเทียม หรือการทำ "last look" ที่มักเกิดขึ้นกับโบรกเกอร์ที่เป็น market-maker และเนื่องจากไม่มีข้อจำกัดในการทำ hedging, scalping หรือการเทรดตามข่าว ทำให้กลยุทธ์การเทรดแบบระบบสามารถดำเนินงานได้อย่างสมบูรณ์ภายใต้เงื่อนไขที่ดีที่สุด

Tradeview Markets ดีสำหรับเทรดเดอร์รายใหญ่และเทรดเดอร์มืออาชีพหรือไม่?

ใช่ Tradeview Markets เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์รายใหญ่และเทรดเดอร์มืออาชีพที่ต้องการใช้ประโยชน์จากสภาพคล่องระดับสถาบัน การติดตั้งร่วมเซิร์ฟเวอร์ (co-location) เฉพาะ และการเข้าถึงตลาดตรง (DMA) ในตราสารทุนจริง

เทรดเดอร์มืออาชีพจะพบว่าบัญชี Innovative Liquidity Connector (ILC) มีความประหยัดอย่างมาก ค่าคอมมิชชันไป-กลับที่ $5.00 ถือเป็นหนึ่งในเรทที่ต่ำที่สุดในตลาด ECN สำหรับรายย่อย ซึ่งช่วยลดต้นทุนดำเนินการลงอย่างเห็นได้ชัดสำหรับผู้ที่ซื้อขายในปริมาณหลายร้อยล็อตต่อเดือน ยิ่งไปกว่านั้น ความพร้อมใช้งานของสภาพแวดล้อมสถาบันเฉพาะทางอย่าง Currenex และการซื้อขายหุ้นแบบ DMA ผ่าน MT5 ยังช่วยมอบโครงสร้างพื้นฐานการส่งคำสั่งซื้อขายที่ซับซ้อนซึ่งตอบโจทย์ความคาดหวังของมืออาชีพ นอกจากนี้ การตั้งร่วมเซิร์ฟเวอร์ (co-location) ที่ศูนย์ข้อมูล NY4 จะทำให้แน่ใจว่าเกิดความหน่วงของเครือข่าย (network latency) น้อยที่สุดสำหรับเทอร์มินัลการเทรดระดับโปร

Tradeview Markets ดีสำหรับมือใหม่หรือไม่?

ไม่ Tradeview Markets ไม่ใช่โบรกเกอร์ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานใหม่อย่างแท้จริง เนื่องจากบัญชี ECN ระดับพรีเมียมกำหนดขนาดการเทรดขั้นต่ำที่ค่อนข้างสูง และมีค่าธรรมเนียมที่ไม่ได้เกิดจากการซื้อขายที่เข้มงวดซึ่งจะปรับเงินจากบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหว

แม้ว่าโบรกเกอร์จะมีบริการบัญชีเริ่มต้นอย่าง XLev ด้วยยอดฝากขั้นต่ำเพียง $100 และการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยคอมมูนิตี้ผ่าน TradeGATEHub แต่อัตราเงื่อนไขโครงสร้างบัญชีก็ไม่ค่อยเป็นมิตรกับผู้เริ่มต้น โดยทั่วไปมือใหม่มักจำเป็นต้องเริ่มเทรดด้วยระดับไมโครล็อต (0.01 standard lot) เพื่อฝึกฝนการจัดการความเสี่ยงอย่างมีวินัยภายใต้งบประมาณที่จำกัด อย่างไรก็ตาม ระดับชั้นบัญชี ECN ที่โดดเด่นของ Tradeview (ILC และ cTrader) กลับบังคับให้ขนาดคำสั่งซื้อขายขั้นต่ำอยู่ที่ 0.1 standard lot ซึ่งใหญ่เกินไป เมื่อบวกกับค่าธรรมเนียมกรณีที่ไม่มีความเคลื่อนไหวในบัญชีซึ่งจะเริ่มต้นคิดเงินหลังจากเว้นว่างไปเพียง 30 วัน เทรดเดอร์ที่เริ่มเทรดเป็นครั้งแรกจะพบว่าสภาพแวดล้อมที่นี่มีความเข้มงวดและปรับเงินมากกว่าโบรกเกอร์ที่เน้นผู้ใช้ระดับรายย่อยทั่วไป

เหมาะสำหรับ: เดย์เทรดเดอร์ระดับสถาบัน, เทรดเดอร์สาย scalper ที่ใช้ระบบเทรดอัตโนมัติ และผู้ใช้ MT5/cTrader ที่มีความเคลื่อนไหวในการเทรดสูง
ไม่ค่อยเหมาะสำหรับ: ผู้เริ่มต้นที่ขาดแคลนเงินทุน, เทรดเดอร์สายถือออเดอร์ระยะยาว (swing traders) และนักลงทุนทั่วไปที่อาจมีความเสี่ยงต่อการเสียค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี

เปรียบเทียบ Tradeview Markets กับโบรกเกอร์ยอดนิยมรายอื่น

Tradeview Markets ยังคงเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ประเภท ECN ระดับแนวหน้า โดยนำเสนอค่าคอมมิชชันที่ต่ำมากในบัญชีสเปรดดิบระดับพรีเมียม แม้ว่าจะยังขาดเกณฑ์ขั้นต่ำในการเริ่มต้นที่ต่ำกว่า และการคุ้มครองด้านกฎระเบียบระดับ Tier 1 ที่มีอยู่ในโบรกเกอร์รายย่อยขนาดใหญ่รายอื่นๆ

Tradeview Markets vs IC Markets

Tradeview Markets มีข้อเสนอสเปรดดิบระดับ ECN ที่ใกล้เคียงกับ IC Markets แต่มีการเรียกเก็บเงินฝากขั้นต่ำที่สูงกว่ามาก และกำหนดขนาดออเดอร์ขั้นต่ำที่เข้มงวดกว่าในบัญชี ECN ทั่วไปของตน

ในขณะที่ IC Markets อนุญาตให้เทรดเดอร์เปิดบัญชีสเปรดดิบด้วยเงินฝากเริ่มต้นเพียง $200 และสามารถเทรดในระดับไมโครล็อต (0.01 lot) ได้ แต่ Tradeview กลับต้องการเงินลงทุนขั้นต่ำสูงถึง $1,000 สำหรับบัญชีเรือธงระดับ ILC ECN และบังคับขนาดออเดอร์ขั้นต่ำไว้ที่ 0.1 lot ทางด้านกฎระเบียบ คู่แข่งจากออสเตรเลียรายนี้มอบระบบความปลอดภัยและใบอนุญาตที่แข็งแกร่งกว่าผ่าน ASIC และ CySEC ในทางตรงกันข้าม ลูกค้าทั่วโลกส่วนใหญ่ของ Tradeview จะถูกส่งต่อไปยังนิติบุคคลออฟชอร์ในหมู่เกาะเคย์แมน (CIMA) นอกจากนี้ ทั้งสองโบรกเกอร์มีบริการ MT4, MT5 และ cTrader แต่คู่แข่งรองรับการซื้อขายผ่านทาง TradingView ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่มีใน Tradeview Markets

ข้อสรุป: Tradeview Markets เป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับอัตราค่าคอมมิชชันแบบ ECN ในระดับสถาบัน ส่วน IC Markets จะเหมาะสำหรับเทรดเดอร์รายย่อยที่ต้องการความยืดหยุ่นในการจัดการความเสี่ยงและมีข้อจำกัดด้านงบประมาณเงินทุนเริ่มต้น

Tradeview Markets vs Pepperstone

Tradeview Markets มีค่าธรรมเนียมที่ประหยัดกว่า Pepperstone ในแง่ของค่าคอมมิชชัน ECN แบบไป-กลับ แต่ยังตามหลังในด้านของการรวมบริการแพลตฟอร์มที่หลากหลายและการคุ้มครองทางการเงินตามข้อกำหนดการกำกับดูแล

โบรกเกอร์จากออสเตรเลียอย่าง Pepperstone ภูมิใจนำเสนอใบอนุญาตจากองค์กรระดับชั้นนำ เช่น FCA และ ASIC ในขณะที่การดำเนินงานทั่วโลกของ Tradeview ต้องพึ่งพาการกำกับดูแลของกลุ่มออฟชอร์เป็นหลัก ในด้านของการส่งคำสั่งซื้อขาย Tradeview ให้สเปรดที่แคบเป็นพิเศษใกล้เคียงกับคู่แข่งรายนี้ในคู่เงินหลัก แต่อีกมุมหนึ่ง ค่าคอมมิชชันแบบไป-กลับที่ $7.00 ของคู่แข่งจะทำให้บัญชีสเปรดดิบมีราคาแพงกว่าบัญชี ILC ของ Tradeview ที่คิดค่าบริการเพียง $5.00 เล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้น คู่แข่งยังรองรับการเชื่อมโยงระบบการทำแผนภูมิภาพผ่านแพลตฟอร์มภายนอกอย่าง TradingView อย่างกว้างขวาง และมีการกำหนดใช้ระบบการป้องกันยอดเงินคงเหลือติดลบเป็นมาตรฐานสากลในทุกเขตอำนาจศาลทั่วโลก

ข้อสรุป: Tradeview Markets เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับการลดต้นทุนค่าคอมมิชชัน ในขณะที่ Pepperstone จะเหมาะกับกลุ่มเทรดเดอร์ที่มีการเทรดเป็นประจำและให้ความสำคัญกับความหลากหลายของแพลตฟอร์มรวมถึงความปลอดภัยด้านกฎระเบียบระดับ Tier 1

Tradeview Markets vs XM

Tradeview Markets มีเป้าหมายให้บริการระบบการเทรดแบบโปรด้วยสภาพแวดล้อมการส่งคำสั่งตรง STP/ECN แท้ ในขณะที่ XM จะมุ่งเน้นไปที่บัญชีแนว market-maker ที่เป็นมิตรกับผู้เริ่มต้นใหม่และเสนอเงื่อนไขประเภทบัญชีที่มีสเปรดต่ำ

ในขณะที่ XM มอบสิทธิ์ในการเริ่มฝากเงินในระดับที่ต่ำมากเป็นพิเศษเพียง $5 และอนุญาตให้เทรดเดอร์ส่งออเดอร์ในขนาดไมโครล็อตได้ แต่ Tradeview กลับต้องการขั้นต่ำที่ $100 สำหรับบัญชีพื้นฐานทั่วไป และกำหนดระดับชั้นบัญชีสเปรดดิบให้เริ่มเทรดได้ที่ขั้นต่ำ 0.1 lot ในด้านของการจับคู่ออเดอร์ Tradeview ดำเนินงานบนโมเดล ECN/STP ที่เข้มงวดโดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ในทางตรงกันข้าม คู่แข่งใช้โมเดลการเทรดแบบ market-maker ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดปัญหาสเปรดถ่างออกกว้างขึ้นในช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญที่มีความผันผวนสูง นอกจากนี้ คู่แข่งยังมีคลังการเรียนรู้ขนาดใหญ่ทั้งสัมมนาออนไลน์และปลั๊กอินส่วนขยายแพลตฟอร์มระดับพรีเมียม ขณะที่ Tradeview มีเนื้อหางานวิจัยและข้อมูลการศึกษาที่จำกัดมาก โดยเน้นความช่วยเหลือเกือบทั้งหมดผ่านทางฟอรัมโซเชียล TradeGATEHub เป็นหลัก

ข้อสรุป: Tradeview Markets เป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับการส่งคำสั่งซื้อขายในสไตล์สถาบัน ส่วน XM จะเหมาะกับผู้เริ่มต้นระดับรายย่อยที่ต้องการซื้อขายด้วยงบประมาณการลงทุนขนาดเล็ก (micro-budget)

บทสรุปด่วนเกี่ยวกับโบรกเกอร์ Tradeview Markets

บทสรุปรีวิวของ Tradeview Markets ขอชี้ชัดว่าโบรกเกอร์นี้เป็นตัวเลือกที่มั่นคงสำหรับเดย์เทรดเดอร์ที่มีปริมาณการเทรดสูงและเทรดเดอร์สาย scalper ที่ใช้ระบบเทรดอัตโนมัติซึ่งกำลังมองหาอัตราค่าคอมมิชชันที่ต่ำเป็นพิเศษและความเร็วในการส่งออเดอร์ ECN ที่รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ด้วยเกณฑ์การฝากเงินขั้นต่ำที่สูงถึง $1,000, ข้อจำกัดขนาดธุรกรรมขั้นต่ำที่ 0.1 lot และการพึ่งพากลุ่มนิติบุคคลออฟชอร์เป็นหลัก ทำให้โบรกเกอร์นี้เป็นสภาพแวดล้อมการเทรดที่มีความเข้มงวดและความต้องการสูง ซึ่งยังคงไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ระดับรายย่อย

ความโปร่งใสของกองบรรณาธิการ: รีวิว Tradeview Markets นี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Tradeview Markets, เอกสารยื่นจดทะเบียนด้านกฎระเบียบในปัจจุบัน และแหล่งข้อมูลบุคคลที่สามที่เป็นอิสระ เช่น Trustpilot เราได้ทำการตรวจสอบข้อมูลการควบคุมดูแลและรายละเอียดใบอนุญาตของโบรกเกอร์, ประเภทบัญชี, ค่าธรรมเนียมการซื้อขายและค่าธรรมเนียมอื่นๆ, เงื่อนไขการฝากและถอนเงิน, แพลตฟอร์ม และข้อคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริงเพื่อความถูกต้องและเป็นกลาง เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การเทรด CFD มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินลงทุน อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2026

บริษัทและบริการ

4.6

คะแนน

โพรไฟล์
ที่อยู่สำนักงานใหญ่ของบริษัท
5th Floor Anderson Square, 64 Shedden Rd, Grand Cayman, KY1-1002, PO Box 1105
ก่อตั้ง 2004
ประเภทโบรกเกอร์
STP,  ECN
เขตเวลา GMT
โพรไฟล์เครดิต ไม่มีข้อมูล
แพลตฟอร์มการเทรด
MT4
Mac,  Windows,  iOS,  Android,  Webtrader
MT5
Mac,  Windows,  iOS,  Android,  Webtrader
ติดต่อ
ไม่พบข้อมูล
อื่นๆ
ภาษาของเว็บไซต์
ภาษาอาหรับ,  ภาษาจีน,  ภาษาอังกฤษ,  ภาษาฝรั่งเศส,  ภาษาฮินดี,  ภาษาอิตาลี,  ภาษาญี่ปุ่น,  ภาษาเกาหลี,  ภาษาโปรตุเกส ,  ภาษารัสเซีย,  ภาษาสเปน
บริการลูกค้า By
Phone,  Live Chat,  Facebook,  Twitter,  Instagram,  LinkedIn
ภาษาที่รองรับ
ภาษาอาหรับ,  ภาษาจีน (ตัวเดิม),  ภาษาอังกฤษ,  ภาษาฝรั่งเศส,  ภาษาฮินดี,  ภาษาอิตาลี,  ภาษาญี่ปุ่น,  ภาษาเกาหลี,  ภาษาโปรตุเกส ,  ภาษารัสเซีย,  ภาษาสเปน

คำถามที่พบบ่อย

ประเทศหรือภูมิภาคใดบ้างที่ไม่สามารถเปิดบัญชีกับ Tradeview Markets ได้?

Tradeview Markets เป็นโบรกเกอร์ที่มีการกำกับดูแลและน่าเชื่อถือหรือไม่?

การถอนเงินจากบัญชี Tradeview Markets ใช้เวลานานเท่าไหร่?

เงินฝากขั้นต่ำในการเปิดบัญชีกับ Tradeview Markets คือเท่าไร?

ข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้อง

ถาม-ตอบ ร้องเรียน

คะแนนความพึงพอใจโดยรวมจากผู้ใช้

3.6
22 ความคิดเห็น

ต้นทุน 4.5

แพลตฟอร์ม 4.6

สนับสนุนลูกค้า 4.5

ระบุระดับเฉลี่ยของโบรกเกอร์

คำหลักสำหรับการเลือก

22 ความคิดเห็น ล้างตัวกรองทั้งหมด

Maria Eutropia Atuluku
Innovative Liquidity Connector Account ดิเคียร์ช
Tradeview Markets showed unusually large slippage even during calm periods, with execution prices far from quotes, inflating trading costs.
ดูคำแปล
2026-05-11
ตอบกลับ
Miles
0-6 เดือน Innovative Liquidity Connector Account อาร์เมเนีย(Armenia)
After making some profit, my account was suddenly restricted and I couldn’t trade anymore. No explanation.
ดูคำแปล
2025-10-27
ตอบกลับ
Matthias
0-6 เดือน เบลีซ
Scam broker! Regulated in the Cayman Islands? What regulation? No deposit compensation scheme if they go bankrupt, no arbitration if you want to claim? A decent broker would apply for a license with a tier-1 regulator like the FCA or CySEC, not CIMA!
ดูคำแปล
2023-12-21
ตอบกลับ
AdminDailyforex
0-6 เดือน วาลลิสและฟุตูนา
am very greatfull for such a broker, they gave me $200 bonus and now am on profit, still yet to withdraw..i am impress with this company..i can now trade live..
ดูคำแปล
2023-12-15
ตอบกลับ
Grace
1-3 ปี ยิบรอลตาร์
I am partner of this broker since 3 years ago, but they scam my rebate or profit share more than 4000 USD. be carefull
ดูคำแปล
2023-12-11
ตอบกลับ
pete
1-3 ปี หมู่เกาะแฟโร
I’ve had an account with them for a long time now, they have good spreads, the execution time on the platform is excellent, also I have always made my money withdrawal in a easy and satisfactory manner.
ดูคำแปล
2023-12-07
ตอบกลับ
same guy
0-6 เดือน นามิเบีย(Namibia)
Prompt service, helped me lots since I opened my account; they guide customers to the right path in trading right from the beginning.
ดูคำแปล
2023-12-04
ตอบกลับ
Mistasolex
0-6 เดือน ภูฏาน
It provides me with a complete customer service, I practiced with their demos and now with a real account all has been good and reliable.
ดูคำแปล
2023-11-29
ตอบกลับ
Adbullah Haroon
1-3 ปี อิตาลี
I am IB of this broker since 1 years ago, but they scam my rebate $4477 USD. When you loose money all is ok, but when you win they stole my money. be carefull
ดูคำแปล
2023-11-23
ตอบกลับ
N Haynes
0-6 เดือน บราซิล
i have used its service..its one of the best broker in the world...
ดูคำแปล
2023-11-17
ตอบกลับ

1-10จาก 22 ความคิดเห็น

อัตราและทบทวน

ต้นทุน

แพลตฟอร์ม

สนับสนุนลูกค้า

ความคิดเห็นของคุณ