ในรีวิว FxPro ฉบับเจาะลึกนี้ เราจะวิเคราะห์สถานะการกำกับดูแล โครงสร้างค่าธรรมเนียม และเทคโนโลยีการส่งคำสั่งซื้อขายของโบรกเกอร์ การวิเคราะห์อย่างละเอียดนี้จะประเมินฟีเจอร์หลักและต้นทุนการซื้อขายเพื่อช่วยคุณตัดสินใจว่า FxPro เป็นโบรกเกอร์ที่ดีที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของคุณหรือไม่
FxPro เป็นโบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมายและปลอดภัยหรือไม่?
FxPro เป็นโบรกเกอร์ที่มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดและมีความปลอดภัยสูง โดยได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินระดับ Tier-1 ของโลก รวมถึง Financial Conduct Authority (FCA) ของสหราชอาณาจักร และ Cyprus Securities and Exchange Commission (CySEC) ของไซปรัส

FxPro คืออะไร? ประวัติความเป็นมาของบริษัท
FxPro ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 และได้เติบโตจากโบรกเกอร์ออนไลน์เฉพาะทางสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกที่สำคัญในอุตสาหกรรมการซื้อขาย CFD สำหรับลูกค้ารายย่อยและมืออาชีพ [2.2.6] บริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร และมีสำนักงานสาขาในไซปรัส ดูไบ และบาฮามาส [2.2.5, 2.2.6] FxPro ให้บริการลูกค้ามากกว่า 800,000 รายใน 170 ประเทศ โดยวางตำแหน่งตัวเองเป็นโบรกเกอร์ระดับพรีเมียมที่มุ่งเน้นการส่งคำสั่งซื้อขายแบบ NDD (no dealing desk) สภาพคล่องสูง และเทคโนโลยีระดับสถาบัน [2.2.6, 3.1.7] ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานหลายทศวรรษ บริษัทได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากกว่า 120 รางวัล และเป็นผู้สนับสนุนหลักรายใหญ่ เช่น การเป็นพันธมิตรกับทีม McLaren Formula 1 [3.1.7]
การกำกับดูแลของ FxPro
FxPro อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Conduct Authority (FCA), Cyprus Securities and Exchange Commission (CySEC), Financial Sector Conduct Authority (FSCA), Dubai Financial Services Authority (DFSA) และ Securities Commission of The Bahamas (SCB) [2.2.6] หน่วยงานกำกับดูแลเหล่านี้เป็นการผสมผสานระหว่างหน่วยงานควบคุมดูแลระดับสูงสุด (Tier-1) และหน่วยงานระดับภูมิภาค [1.1.5, 2.2.4] เทรดเดอร์สามารถตรวจสอบสถานะการเปิดใช้งานของบริษัทได้โดยตรงบน ทะเบียนของ Financial Conduct Authority (FCA) [1.1.2]
ตารางต่อไปนี้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับกรอบการกำกับดูแลและโปรโตคอลความปลอดภัยของลูกค้าของ FxPro ในนิติบุคคลต่าง ๆ ที่เปิดดำเนินงานอยู่ [2.2.5, 2.2.6]:
| ชื่อนิติบุคคล | หน่วยงานกำกับดูแล | หมายเลขใบอนุญาต | ระดับการกำกับดูแล | การคุ้มครองนักลงทุน |
|---|---|---|---|---|
| FxPro UK Limited | Financial Conduct Authority (FCA) [1.1.1] | 509956 [1.1.1] | Tier-1 [1.1.5, 2.2.4] | Financial Services Compensation Scheme (FSCS): สูงสุด £85,000 ต่อลูกค้าหนึ่งราย [1.1.4] |
| FxPro Financial Services Ltd | Cyprus Securities and Exchange Commission (CySEC) [1.1.3] | 078/07 [1.1.3] | Tier-1 [1.1.5, 2.2.4] | Investor Compensation Fund (ICF): สูงสุด €20,000 ต่อลูกค้าหนึ่งราย [2.2.5] |
| FxPro Financial Services Ltd | Financial Sector Conduct Authority (FSCA) [2.2.5] | 45052 [1.1.7] | Tier-2 [2.2.4] | การกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจในตลาดท้องถิ่น [2.2.5] |
| FxPro Global Markets Limited | Securities Commission of The Bahamas (SCB) [1.1.1] | SIA-F184 [1.1.1] | Tier-3 (Offshore) | กฎเกณฑ์ความเพียงพอของเงินกองทุนและการป้องกันยอดเงินในบัญชีติดลบ (negative balance protection) [1.1.1, 2.2.5] |
| Invemonde Trading Ltd (in partnership with FxPro) | Financial Services Authority (FSA) Seychelles [1.1.1] | SD120 [1.1.1] | Tier-3 (Offshore) | กฎเกณฑ์ความเพียงพอของเงินกองทุนและการป้องกันยอดเงินในบัญชีติดลบ (negative balance protection) [1.1.1, 2.2.5] |
แม้ว่า FxPro จะรับประกันการคุ้มครองลูกค้าสูงสุดภายใต้นิติบุคคลที่กำกับดูแลโดย FCA และ CySEC แต่เทรดเดอร์ที่เปิดบัญชีภายใต้เขตอำนาจศาลต่างประเทศ (offshore) จะสามารถซื้อขายด้วยเลเวอเรจที่สูงกว่า แต่จะไม่มีโครงการชดเชยจากภาครัฐ [2.2.5, 2.2.8]
นิติบุคคลใดของ FxPro ที่ให้บริการในภูมิภาคของคุณ?
เมื่อเปิดบัญชี นิติบุคคลที่ให้บริการคุณจะถูกกำหนดโดยประเทศที่คุณพำนักอาศัย [2.2.2]
- FxPro UK Limited ให้บริการเฉพาะลูกค้าในสหราชอาณาจักรเท่านั้น โดยบังคับใช้กฎความปลอดภัยของ FCA และจำกัดเลเวอเรจสำหรับลูกค้ารายย่อยไว้ที่ 1:30 [1.1.1]
- FxPro Financial Services Ltd ให้บริการลูกค้าในสหภาพยุโรป/เขตเศรษฐกิจยุโรป (EU/EEA) ภายใต้กฎเกณฑ์ของ CySEC โดยให้การคุ้มครองตามมาตรฐาน MiFID II เช่น การแยกบัญชีเงินฝากของลูกค้า [1.1.3, 1.1.9, 2.2.5]
- FxPro Global Markets Limited และ Invemonde Trading Ltd ให้บริการลูกค้าต่างประเทศแบบ offshore ภายใต้เขตอำนาจศาลของบาฮามาส (SCB) และเซเชลส์ (FSA) ซึ่งอนุญาตให้ใช้เลเวอเรจที่สูงขึ้นได้สูงสุดถึง 1:500 [1.1.1, 2.2.6, 2.2.8]
สภาพแวดล้อมการกำกับดูแลมีผลกระทบอย่างมากต่อขั้นตอนการสมัครใช้บริการและความปลอดภัย [2.2.4] การลงทะเบียนภายใต้การกำกับดูแลของ FCA หรือ CySEC ต้องใช้เอกสารการรู้จักลูกค้า (KYC) อย่างละเอียด และจำกัดเลเวอเรจไว้ที่ 1:30 สำหรับเทรดเดอร์รายย่อยเพื่อบรรเทาความเสี่ยง [1.1.7, 1.1.9, 2.2.6] ในทางกลับกัน การลงทะเบียนแบบ offshore ภายใต้ SCB หรือ FSA จะช่วยให้ยืนยันตัวตนได้รวดเร็วกว่าและให้เลเวอเรจสูงสุดถึง 1:500 แม้ว่าจะขาดการคุ้มครองจากกองทุนชดเชยนักลงทุนของรัฐบาลก็ตาม [2.2.5, 2.2.6, 2.2.8]
ประเทศที่ถูกจำกัด
เนื่องจากนโยบายการกำกับดูแลที่เข้มงวด FxPro จึงไม่สามารถให้บริการแก่ผู้พำนักในบางประเทศได้ [2.2.2] ประเทศที่ถูกจำกัดเหล่านี้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิหร่าน เกาหลีเหนือ ซูดาน ซีเรีย และภูมิภาคอื่น ๆ อีกหลายแห่งที่หน่วยงานกำกับดูแลในท้องถิ่นห้ามการให้บริการโบรกเกอร์จากต่างประเทศ [2.2.1, 2.2.6]
การคุ้มครองเงินทุนของลูกค้า
ความปลอดภัยของเงินทุนลูกค้าเป็นเสาหลักโครงสร้างที่สำคัญของ FxPro ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายการเงินระหว่างประเทศ [1.1.1]
- เงินฝากทั้งหมดของลูกค้าจะถูกเก็บไว้ในบัญชีธนาคารที่แยกต่างหาก (segregated bank accounts) ณ สถาบันการเงินระดับ Tier-1 เช่น Barclays และ Julius Baer เพื่อแยกเงินทุนของลูกค้าออกจากเงินทุนดำเนินงานของบริษัทโดยเด็ดขาด [1.1.1, 1.1.8]
- มีการรับประกันการป้องกันยอดเงินในบัญชีติดลบ (negative balance protection) สำหรับบัญชีซื้อขายลูกค้ารายย่อยทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าสูญเสียเงินมากกว่าเงินฝากเริ่มต้น [1.1.1, 2.2.5]
- บันทึกทางการเงินและการปฏิบัติตามกฎระเบียบได้รับการตรวจสอบอย่างอิสระโดย PwC เพื่อรักษามาตรฐานการกำกับดูแลกิจการในระดับสูง [1.1.1]
รีวิวจากผู้ใช้งาน FxPro และคะแนนบน Trustpilot
ปัจจุบันคะแนนอย่างเป็นทางการของ FxPro บน Trustpilot ถูกระบุว่าไม่พร้อมใช้งานเนื่องจากมีคำเตือนจากแพลตฟอร์มเกี่ยวกับการละเมิดแนวทางปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม ในอดีตโบรกเกอร์รายนี้มีคะแนนเฉลี่ยที่ค่อนข้างก้ำกึ่งอยู่ที่ประมาณ 3.2 จาก 5 ดาว จากรีวิวของลูกค้าประมาณ 800 ราย [2.1.1, 2.1.2] จากการตรวจสอบ ณ เดือนมิถุนายน 2026 สถานะนี้สะท้อนถึงการระงับคะแนนของพวกเขาโดย Trustpilot เนื่องจากการละเมิดนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการลบรีวิวเชิงบวกที่เป็นเท็จ แม้จะมีคำเตือนนี้ แต่แพลตฟอร์มยังคงแสดงความคิดเห็นจากผู้ใช้แต่ละราย ทำให้ผู้ใช้สามารถประเมินความคิดเห็นของลูกค้าในอดีตได้โดยตรง
หากต้องการประเมินประสบการณ์โดยรวมของผู้ใช้ เทรดเดอร์สามารถ ดูรีวิว FxPro บน Trustpilot และตรวจสอบความคิดเห็นแต่ละรายการได้ ความคิดเห็นที่พบบ่อยเน้นย้ำถึงจุดแข็งในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ และประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนี้:
- การส่งคำสั่งซื้อขายที่ยอดเยี่ยม: รีวิวเชิงบวกมักจะชื่นชมการทำธุรกรรมที่รวดเร็วของโบรกเกอร์และการผสานรวมกับแพลตฟอร์ม cTrader ที่มีความเสถียร ซึ่งช่วยลดค่า slippage สำหรับเดย์เทรดเดอร์ [3.2.5]
- การสมัครใช้งานที่มีประสิทธิภาพ: ลูกค้าหลายรายรายงานว่าขั้นตอนการส่งเอกสารเบื้องต้นและการฝากเงินเข้าบัญชีนั้นราบรื่นและรวดเร็ว [3.2.5]
- การถอนเงินผ่านบัตรที่ล่าช้า: ข้อร้องเรียนที่พบบ่อยจะเน้นไปที่ระยะเวลาการถอนเงินที่ล่าช้า โดยผู้ใช้ระบุว่าแม้การฝากเงินผ่านบัตรเครดิตจะทำได้ทันที แต่การคืนเงินเข้าบัตรดังกล่าวอาจใช้เวลานานถึง 15 วัน [2.1.1, 3.2.5]
- ข้อพิพาทเกี่ยวกับกำไรและบัญชี: เทรดเดอร์บางรายรายงานเรื่องการปิดบัญชีอย่างกะทันหันและการยกเลิกกำไร โดย FxPro อ้างถึงการละเมิดข้อกำหนดและเงื่อนไข ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่มองว่าไม่เป็นธรรม [2.1.1]
- Slippage และการพุ่งขึ้นของสเปรด: หลายรีวิวชี้ให้เห็นถึงสเปรดที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีหรือเปิดโพซิชันที่มีขนาดล็อตใหญ่ [3.2.5]
ประเภทบัญชี FxPro
FxPro เสนอบัญชีหลักสามประเภทที่ออกแบบมาเพื่อรองรับรูปแบบการส่งคำสั่งซื้อขายและความชอบในการใช้แพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน แม้ว่าโครงสร้างราคามาตรฐานจะมีราคาที่สูงกว่าโบรกเกอร์ที่ให้บริการบัญชีสเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 (raw-spread) โดยเฉพาะก็ตาม
ประเภทบัญชี FxPro และข้อกำหนดเงินฝากขั้นต่ำ
เพื่อรองรับกลยุทธ์การเทรดและระดับประสบการณ์ที่แตกต่างกัน FxPro จึงมีโครงสร้างบัญชีแบบแบ่งระดับชั้น ประกอบด้วยบัญชี Standard, Raw+ และ Elite โดยแต่ละบัญชีถูกออกแบบมาเพื่อรองรับตัวเลือกแพลตฟอร์มที่เฉพาะเจาะาะจง ความคุ้มค่าด้านต้นทุน และความต้องการในการส่งคำสั่งซื้อขายที่แตกต่างกัน:
- บัญชี Standard: ตัวเลือกนี้ไม่มีค่าคอมมิชชัน โดยเสนอสเปรดแบบลอยตัวเริ่มต้นที่ 1.2 pips บน MT4, MT5 หรือแพลตฟอร์มเฉพาะของ FxPro บัญชีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์ทั่วไปหรือผู้เริ่มต้นที่ชอบโครงสร้างต้นทุนที่ไม่ซับซ้อน เนื่องจากไม่มีการคิดค่าคอมมิชชันแยกต่างหากในการซื้อขาย
- บัญชี Raw+: บัญชีสไตล์ ECN นี้มาพร้อมกับสเปรดดิบที่แคบมากเริ่มต้นที่ 0.0 pips บน MT4 และ MT5 พร้อมค่าคอมมิชชันที่โปร่งใสและต่ำเพียง $3.50 ต่อฝั่ง (เทียบเท่ากับ $7.00 ต่อหนึ่งมาตรฐานล็อตที่ซื้อขาย) บัญชีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเดย์เทรดเดอร์ที่เทรดบ่อยครั้งและกลุ่ม scalpers เนื่องจากสเปรดที่ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญจะช่วยลดต้นทุนการเปิดและปิดโพซิชันโดยรวมในการซื้อขายที่มีความถี่สูง
- บัญชี Elite: ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับเทรดเดอร์ที่มีปริมาณการซื้อขายสูง บัญชีระดับพรีเมียมนี้ให้บริการสเปรดดิบเริ่มต้นที่ 0.0 pips และค่าคอมมิชชันเริ่มต้นที่ $3.50 ต่อฝั่ง พร้อมข้อเสนอเงินคืน (rebates) ตามปริมาณการซื้อขายสูงสุดถึง 21% ควบคู่ไปกับบริการ VPS ฟรี แม้จะให้ต้นทุนการเทรดที่ต่ำที่สุดบนแพลตฟอร์ม แต่ก็มีเกณฑ์ในการเข้าใช้งานค่อนข้างสูง โดยต้องมียอดเงินฝากขั้นต่ำ $30,000 ภายในระยะเวลาสองเดือน
- บัญชี cTrader: บัญชีเฉพาะทางนี้ผสานรวมกับแพลตฟอร์ม cTrader โดยตรง โดยให้สเปรดดิบเริ่มต้นที่ 0.0 pips และมีอัตราค่าคอมมิชชันที่ $35 ต่อมูลค่าการซื้อขาย 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ $3.50 ต่อฝั่ง) ออกแบบมาสำหรับนักเทรดด้วยระบบอัลกอริทึมและผู้ที่ชื่นชอบระบบ ECN แท้ ๆ ซึ่งต้องการมุมมองราคาที่มีความลึกของตลาด (Level II) และไม่มีข้อจำกัดในการตั้งคำสั่งซื้อขายล่วงหน้า (pending orders)
เกณฑ์การเริ่มต้นฝากเงินของ FxPro ถือว่าค่อนข้างต่ำ โดยมีเงินฝากขั้นต่ำที่พร้อมใช้งานได้จริงอยู่ที่ $100 ในทุกแพลตฟอร์มมาตรฐาน แม้ว่าทางโบรกเกอร์จะแนะนำอย่างเป็นทางการให้เริ่มต้นที่ $1,000 เพื่อบริหารจัดการมาร์จิ้นและความเสี่ยงจากเลเวอเรจอย่างมีประสิทธิภาพก็ตาม การกำหนดค่าเลเวอเรจยังขึ้นอยู่กับเขตอำนาจศาลการกำกับดูแลของเทรดเดอร์อย่างเคร่งครัด ลูกค้าในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปที่ดำเนินการภายใต้การควบคุมของ FCA และ CySEC จะถูกจำกัดตามกฎหมายให้ใช้เลเวอเรจสำหรับลูกค้ารายย่อยสูงสุดไม่เกิน 1:30 เพื่อป้องกันการสูญเสียเงินทุนอย่างรวดเร็ว [1.1.7, 1.1.9, 2.2.6] ในทางกลับกัน เทรดเดอร์ต่างประเทศที่เปิดบัญชีผ่านนิติบุคคล offshore ของ FxPro จะสามารถใช้ลิมิตเลเวอเรจสูงสุดได้ถึง 1:500 ซึ่งช่วยให้เปิดสถานะในตลาดได้สูงกว่ามากเมื่อเทียบกับเงินทุนที่ฝากเข้าบัญชี [2.2.5, 2.2.6]
FxPro มีบัญชีอิสลามให้บริการหรือไม่?
FxPro เสนอบัญชีอิสลามแบบไม่มีค่าสวอป (swap-free) ที่สอดคล้องกับหลักศาสนาชะรีอะฮ์ ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับลูกค้าที่เป็นชาวมุสลิม ในการขอรับสถานะปลอดค่าสวอปนี้ ขั้นแรกเทรดเดอร์ต้องเปิดบัญชีซื้อขายจริงบน MT4 หรือ MT5 แล้วส่งคำขออย่างเป็นทางการไปยังทีมสนับสนุนลูกค้า เมื่อเปิดใช้งานแล้ว บัญชีเหล่านี้จะไม่มีค่าสวอปข้ามคืนตามอัตราดอกเบี้ยสำหรับคู่สกุลเงินหรือโลหะมีค่า อย่างไรก็ตาม การถือครองสถานะเปิดไว้นานเกินกว่าระยะเวลาผ่อนผันที่กำหนดจะส่งผลให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการรายวันแบบคงที่ แทนที่จะคิดค่าธรรมเนียมดอกเบี้ยเป็นเปอร์เซ็นต์
ค่าธรรมเนียมและต้นทุนการซื้อขายของ FxPro
ต้นทุนการซื้อขายของ FxPro อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ในระดับเดียวกัน โดยเสนอสเปรดดิบที่แข่งขันได้ในบัญชีที่มีค่าคอมมิชชัน แต่มีการคิดค่าสเปรดบวกเพิ่ม (markup) ที่สูงกว่าในบัญชีมาตรฐาน
ค่าธรรมเนียมการซื้อขายของ FxPro (สเปรด / ค่าคอมมิชชัน / ค่าสวอปและค่าธรรมเนียมข้ามคืน)
ต้นทุนการเทรดที่แท้จริงของ FxPro ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและแพลตฟอร์มที่เลือกอย่างมาก:
- สเปรด: สำหรับบัญชี Standard โบรกเกอร์ FxPro ใช้โมเดลที่ไม่มีค่าคอมมิชชันโดยสเปรดแบบแปรผันเริ่มต้นที่ 1.2 pips บน MT4 และ 1.4 pips บน MT5 ซึ่งกว้างกว่าคู่แข่งที่เน้นทำสงครามราคาเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม FxPro มีความโดดเด่นในการเสนอสเปรดคงที่สำหรับคู่สกุลเงินหลัก 9 คู่ (เช่น EUR/USD และ EUR/GBP) บนแพลตฟอร์ม MT4 ซึ่งช่วยให้เดย์เทรดเดอร์สามารถคาดการณ์ต้นทุนได้ดีขึ้นในช่วงเวลาเปิดตลาด
- ค่าคอมมิชชัน: ในบัญชี Raw+ และ cTrader สเปรดจะลดลงเหลือค่าสเปรดดิบเริ่มต้นที่ 0.0 pips ชดเชยด้วยค่าธรรมเนียมคอมมิชชันคงที่ที่ $3.50 ต่อฝั่งต่อหนึ่งมาตรฐานล็อต (เทียบเท่ากับ $7.00 ต่อการซื้อขายครบรอบ) โครงสร้างราคานี้สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมและช่วยลดต้นทุนรวมในการส่งคำสั่งซื้อขายได้อย่างมากสำหรับกลยุทธ์การเทรดปริมาณมากหรือการเทรดทำกำไรระยะสั้น (scalping)
- ค่าสวอปและค่าธรรมเนียมข้ามคืน: โพซิชันที่ถือเปิดไว้หลังเวลา 22:00 GMT จะต้องเสียค่าธรรมเนียมสวอปข้ามคืน ซึ่งคำนวณจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างคู่สกุลเงิน ค่าธรรมเนียมสวอปจะถูกหักหรือจ่ายเข้าบัญชีเทรดโดยตรง และสามารถตรวจสอบแบบเรียลไทม์ได้ผ่านเครื่องมือคำนวณการเทรดที่มีมาให้ในตัวของ FxPro
ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการซื้อขายของ FxPro (ค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี / ค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน)
ค่าธรรมเนียมที่ไม่ได้เกิดจากการซื้อขายของ FxPro ค่อนข้างต่ำ แต่ก็ควรระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกหักเงินในบัญชีโดยไม่จำเป็น:
- ค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี (Inactivity Fees): หากบัญชีไม่มีกิจกรรมการซื้อขายเลยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือน FxPro จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชีแบบครั้งเดียวจำนวน $15 หลังจากนั้นจะคิดค่าธรรมเนียมรายเดือนที่ $5 จนกว่าจะมีการกลับมาทำกิจกรรมการซื้อขายอีกครั้ง หรือจนกว่ายอดเงินคงเหลือในบัญชีจะเป็นศูนย์
- ค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน: เมื่อลูกค้าฝากเงิน ซื้อขาย หรือถอนเงินในสกุลเงินอื่นที่ไม่ใช่สกุลเงินหลักเริ่มต้นของบัญชี FxPro จะคิดค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน เพื่อลดต้นทุนเหล่านี้ FxPro อนุญาตให้ลูกค้าสามารถเปิดบัญชีซื้อขายในสกุลเงินหลักที่หลากหลายได้ รวมถึง USD, EUR, GBP, CHF, PLN, AUD และ JPY
การฝากเงินและการถอนเงินกับ FxPro
FxPro นำเสนอโครงสร้างการฝากและถอนเงินหลากหลายช่องทางที่ไม่มีค่าธรรมเนียม แม้ว่าความเร็วในการประมวลผลการถอนเงินจะขึ้นอยู่กับความล่าช้าของระบบธนาคารตามช่องทางที่เลือกใช้งานก็ตาม
ลูกค้าสามารถฝากเงินเข้าบัญชีผ่านวิธีการชำระเงินที่สะดวกสบายได้หลายช่องทาง รวมถึงการโอนเงินผ่านธนาคารในท้องถิ่น (local bank wire), การโอนเงินผ่าน SEPA, บัตร Visa, Mastercard, Maestro และ e-wallets ยอดนิยมอย่าง PayPal, Skrill และ Neteller แม้ว่า FxPro จะกำหนดเงินฝากขั้นต่ำไว้ที่ $100 สำหรับใช้ในการเทรด แต่การฝากเงินมักจะได้รับการประมวลผลภายในสิบนาทีสำหรับช่องทางบัตรและ e-wallets ในขณะที่การโอนเงินผ่านธนาคารโดยทั่วไปจะใช้เวลาดำเนินการประมาณหนึ่งวันทำการ
ในแง่ของต้นทุน FxPro บังคับใช้นโยบายค่าธรรมเนียมการฝากและถอนเงินเป็น 0% อย่างเคร่งครัดในช่องทางหลักเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นที่สำคัญข้อหนึ่งคือ: หากลูกค้าขอถอนเงินผ่าน Skrill หรือ Neteller โดยที่ไม่มีกิจกรรมการซื้อขายใด ๆ เกิดขึ้นจริงในบัญชี FxPro จะหักค่าธรรมเนียมการจัดการสูงสุดถึง 2.6% เพื่อป้องกันการนำระบบชำระเงินไปใช้ในทางที่ผิด
โดยปกติแล้วโบรกเกอร์จะอนุมัติและประมวลผลคำขอถอนเงินภายในประเทศภายในหนึ่งวันทำการ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาจริงที่เงินจะแสดงในบัญชีธนาคารของลูกค้านั้นมีความแตกต่างกันอย่างมากตามแต่ละวิธี แม้ว่าการถอนเงินผ่าน e-wallet จะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในสิบนาทีหลังจากได้รับการอนุมัติ แต่การคืนเงินเข้าบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตอาจใช้เวลาตั้งแต่ 3 ถึง 7 วันทำการ
จากการรีวิวของผู้ใช้งานจริงบน Trustpilot ปัญหาการถอนเงินมักเกิดจากการที่ FxPro ปฏิบัติตามกฎระเบียบป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) อย่างเคร่งครัด [2.1.1] โโบรกเกอร์ดำเนินงานภายใต้นโยบายคืนเงินกลับไปยังแหล่งที่มาเดิม (refund-to-source) อย่างเข้มงวด หมายความว่าเงินใด ๆ ที่ฝากผ่านบัตรหรือ e-wallet จะต้องถูกส่งกลับไปยังบัตรหรือบัญชีเดียวกันนั้นก่อนที่จะส่งกำไรส่วนเกินผ่านการโอนเงินทางธนาคารได้ หากบัตรเดิมที่ใช้ฝากเงินหมดอายุหรือถูกยกเลิกไปในระหว่างนั้น ลูกค้าจะต้องจัดส่งรายการเดินบัญชีธนาคารและจดหมายยืนยันการยกเลิกบัตรเพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของ ซึ่งอาจส่งผลให้การถอนเงินล่าช้าไปถึงสองสัปดาห์ในบางกรณี และทำให้เกิดข้อร้องเรียนจากผู้ใช้งาน [2.1.1]
แพลตฟอร์มการซื้อขาย เงื่อนไข และประสบการณ์กับ FxPro
FxPro ให้บริการชุดแพลตฟอร์มการซื้อขายที่ล้ำสมัยและครอบคลุม ควบคู่ไปกับการส่งคำสั่งซื้อขายที่รวดเร็วปานสายฟ้า ทำให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับทั้งเทรดเดอร์ที่ใช้ระบบเทรดอัตโนมัติ (algorithmic) และผู้ที่ส่งคำสั่งเทรดด้วยตนเอง (manual) ทั่วโลก
FxPro รองรับ MT4, MT5 และการเทรดบนมือถือหรือไม่?
FxPro รองรับซอฟต์แวร์ที่มีความหลากหลายสูง ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าถึงชุดโปรแกรมมาตรฐานอย่าง MetaTrader, cTrader และ FxPro Mobile App ของตนเองได้ [1.1.1, 1.2.6] ความสามารถข้ามแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งนี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถกำหนดค่ากราฟด้วยตนเอง รันระบบเทรดอัตโนมัติ และเทรดได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่มีอุปสรรคในการตั้งค่าใช้งาน:
- MetaTrader 4 (MT4): แพลตฟอร์มมาตรฐานอุตสาหกรรมสุดคลาสสิกนี้เหมาะสำหรับการเทรดแบบอัตโนมัติผ่าน Expert Advisors (EAs) โดยมีตัวเลือกการใช้งานกราฟที่หลากหลายและทางเลือกระหว่างรูปแบบการส่งคำสั่งซื้อขายแบบทันที (instant execution) หรือแบบราคาตลาด (market execution)
- MetaTrader 5 (MT5): แพลตฟอร์มที่ได้รับการอัปเกรดนี้มอบอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่มากขึ้น ไทม์เฟรมที่เพิ่มขึ้น ปฏิทินเศรษฐกิจที่มีมาให้ในตัว และข้อมูล Tick ในอดีตที่ลึกขึ้นเพื่อใช้ในการทำ backtest กลยุทธ์
- cTrader: แพลตฟอร์ม ECN ระดับพรีเมียมนี้เป็นที่ชื่นชอบของบรรดา scalpers มืออาชีพเนื่องจากแสดงข้อมูลราคาแบบเชิงลึก Level II, การวิเคราะห์กราฟขั้นสูง และการส่งคำสั่งซื้อขายที่มีค่าความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ (ultra-low latency)
- FxPro Mobile App & WebTrader: แพลตฟอร์มเฉพาะของโบรกเกอร์ที่มีความสวยงามนี้มาพร้อมกับฟังก์ชันการปรับแต่งพื้นที่ทำงานตามความต้องการ การส่งคำสั่งซื้อขายในคลิกเดียว (one-tap orders) เครื่องมือการบริหารความเสี่ยงแบบฝังในตัว และการผสานรวมหน้าจอกราฟจาก TradingView แบบเต็มหน้าจออย่างไร้รอยต่อ [1.1.1, 1.1.3]
คุณสามารถซื้อขายอะไรได้บ้างบน FxPro? (ตลาดและสินทรัพย์การซื้อขาย)
FxPro มอบการเข้าถึงพอร์ตการลงทุนขนาดใหญ่ด้วยสินทรัพย์ CFD มากกว่า 2,100 รายการที่ครอบคลุมในตลาดการเงินที่แตกต่างกัน 8 ตลาด [1.1.2, 1.2.6] การนำเสนอสินทรัพย์ที่หลากหลายนี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงสูงได้ภายใต้หน้าจอการเทรดเดียว [1.1.1]:
- Forex: คู่สกุลเงินมากกว่า 70 คู่ รวมถึงคู่เงินหลัก (majors), คู่เงินรอง (minors) และคู่เงินนอกกระแส (exotics) [1.1.1]
- Shares: สัญญา CFD หุ้นทั่วโลกมากกว่า 2,000 รายการจากตลาดหุ้นหลัก ๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส [1.1.1]
- Indices: ดัชนีแบบสปอตและแบบล่วงหน้า (futures) ทั่วโลก เช่น S&P 500, Nasdaq 100, DAX 40 และ FTSE 100 [1.1.1]
- Futures: สัญญามาตรฐานที่ครอบคลุมทั้งดัชนี พลังงาน และสินค้าเกษตรกรรม [1.1.1]
- Metals: โลหะมีค่าแบบสปอต ได้แก่ ทองคำ, เงิน, แพลเลเดียม และแพลทินัม [1.1.1]
- Energy: สัญญาสปอตยอดนิยมสำหรับน้ำมันดิบ WTI, น้ำมันดิบ Brent และก๊าซธรรมชาติ [1.1.1]
- ETFs: กองทุนรวมดัชนีที่ได้รับการคัดสรร ครอบคลุมพันธบัตร สินค้าโภคภัณฑ์ และหุ้นระดับภูมิภาค [1.1.1]
- Cryptocurrencies: เหรียญดิจิทัลหลัก ๆ รวมถึง Bitcoin, Ethereum และ Litecoin ที่พร้อมให้บริการเทรดในรูปแบบ CFD ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด [1.1.1]
เลเวอเรจ มาร์จิ้น และการส่งคำสั่งซื้อขายของ FxPro
FxPro ใช้รูปแบบการส่งคำสั่งซื้อขายแบบ No Dealing Desk (NDD) ที่น่าเชื่อถือ ซึ่งช่วยจับคู่คำสั่งซื้อขายได้ภายในไม่กี่มิลลิวินาทีโดยมีค่า slippage น้อยที่สุด แม้ว่าเลเวอเรจสูงสุดจะยังคงถูกควบคุมอย่างเข้มงวดตามแต่ละภูมิภาคภูมิศาสตร์ก็ตาม [1.3.1, 2.2.6] คำสั่งซื้อขายจะถูกส่งต่อและจับคู่แบบไม่เปิดเผยตัวตนกับผู้ให้บริการสภาพคล่องระดับชั้นนำ ซึ่งช่วยขจัดการแทรกแซงจากเคาน์เตอร์จัดการหรือการปั่นราคาโดยตัวโบรกเกอร์เองโดยสิ้นเชิง [1.3.1] FxPro ส่งคำสั่งซื้อขายที่ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักด้วยปริมาณการซื้อขาย (VWAP) บนเซิร์ฟเวอร์หลัก Equinix LD4 (ลอนดอน) โดยมีความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขายเฉลี่ยต่ำกว่า 12 มิลลิวินาที [1.1.7, 1.3.1]
สถิติการเกิด slippage มีความโปร่งใสสูง โดย FxPro จะส่งมอบสิทธิประโยชน์จาก positive slippage (ราคาขยับไปในทิศทางที่เป็นบวกกับเทรดเดอร์) ให้กับลูกค้าโดยตรง ทำให้มั่นใจได้ว่ามากกว่า 91% ของคำสั่งซื้อขายจะถูกเปิดที่ราคาที่ขอหรือราคาที่ดีกว่า โดยไม่มีการปฏิเสธราคาเปิดสัญญาใหม่ (no requotes) ในการส่งคำสั่งราคาตลาด [1.3.1] เลเวอเรจสูงสุดถูกจำกัดไว้อย่างเข้มงวดที่ 1:30 สำหรับเทรดเดอร์รายย่อยภายใต้เขตอำนาจศาลของ FCA และ CySEC ในขณะที่ลูกค้าต่างประเทศที่ลงทะเบียนภายใต้นิติบุคคลต่างประเทศ SCB หรือ FSA Seychelles สามารถเข้าถึงเลเวอเรจได้สูงถึง 1:500 [2.2.6] ข้อกำหนดมาร์จิ้นมีลักษณะแบบยืดหยุ่น (dynamic margin) โดย FxPro จะปรับข้อกำหนดมาร์จิ้นล่วงหน้าก่อนการประกาศผลประกอบการที่สำคัญของบริษัทจดทะเบียน เพื่อป้องกันลูกค้าจากความผันผวนของราคาที่เปิดกระโดด (price gaps) ข้ามคืน
เครื่องมือวิเคราะห์และแหล่งข้อมูลการศึกษาของ FxPro
FxPro จัดเตรียมเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคในตัว ฟีดข่าวสารตลาดสด และคลังข้อมูลการเรียนรู้ที่มีโครงสร้างอย่างดีเพื่อช่วยเหลือเทรดเดอร์ [1.1.1] ทรัพยากรเพื่อการเทรดเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อช่วยให้ผู้เริ่มต้นสร้างความรู้พื้นฐาน และช่วยให้นักเทรดมือฉมังวิเคราะห์ตลาดในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ:
- เครื่องมือคำนวณ Forex แบบออลอินวัน: เครื่องมือในตัวนี้ช่วยให้เทรดเดอร์คำนวณมาร์จิ้นเป้าหมาย มูลค่า pip ค่าสวอป และขนาดโพซิชันได้ทันทีก่อนเปิดสัญญาเทรด [1.1.1, 1.1.8]
- ข่าวสารตลาดและปฏิทินเศรษฐกิจรายวัน: เทรดเดอร์สามารถเข้าถึงข่าวสาร FxPro News ปฏิทินเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์ ตลอดจนปฏิทินรายงานผลประกอบการและเงินปันผลที่ครอบคลุม เพื่อติดตามเหตุการณ์สำคัญทางมหภาค [1.1.1, 1.1.8]
- คลังความรู้ FxPro (The FxPro Knowledge Hub): สถาบันการเรียนรู้ที่มีโครงสร้างนี้ประกอบด้วยเนื้อหาเจาะลึกเกี่ยวกับพื้นฐานการเทรด การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน การวิเคราะห์ทางเทคนิค และจิตวิทยาการเทรด [1.1.1]
- บัญชีทดลองที่ปราศจากความเสี่ยง: FxPro ให้บริการบัญชีจำลองการซื้อขายที่ไม่จำกัดระยะเวลา โดยมีการเติมเงินเสมือนไว้ล่วงหน้าเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ฝึกฝนการใช้กราฟและทดสอบระบบเทรดอัตโนมัติในสภาวะตลาดจริงได้อย่างปลอดภัย [1.1.1]



